5 แกนนำคนอยากเลือกตั้ง หน้ากองทัพบกเข้ารับทราบข้อหาที่ สน.นางเลิ้ง ผู้ชุมนุมอีก 47 คน ขอเลื่อนรับทราบข้อหา พนักงานสอบสวนขอศาลฝากขัง แต่ศาลไม่รับฝากขัง

9 เม.ย.61 เวลาประมาณ 09.30 น. ผู้ชุมนุมคนอยากเลือกตั้งหน้ากองทัพบก หรือคดี ARMY 57 บางส่วนเข้าพบพนักงานสอบสวนสน.นางเลิ้ง ตามหมายรับทราบข้อกล่าวหา ในวันนี้มี นายกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์ น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา น.ส.ศรีไพร นนทรี นายธนวัฒน์ พรหมจักร และนายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ ที่เดินทางมารายงานตัว

ทั้งนี้ผู้ชุมนุมอีก 47 คน ได้ทำหนังสือเลื่อนเข้ารับทราบข้อกล่าวหา เนื่องจากตำรวจออกหมายเรียกกระชั้นชิดประกอบกับได้มีกำหนดนัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงไม่สามารถเข้าพบเจ้าหน้าที่ในวันดังกล่าวได้ จึงขอเลื่อนวันนัดเป็นวันที่ 30 เม.ย. 61 ทั้งนี้พนักงานสอบสวนยังไม่ได้มีคำสั่งเกี่ยวกับการขอเลื่อนนัดในครั้งนี้

ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาทั้ง 5 คน ด้วย 7 ข้อหาได้แก่ ข้อหายุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 (2) (3), ร่วมกันชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ข้อ 12 และร่วมกันเป็นผู้ชุมนุมก่อให้เกิดความไม่สะดวกแก่ประชาชนหรือทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน, เดินขบวนหรือเคลื่อนย้ายการชุมนุมหลัง 6 โมงเย็นโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ, ไม่เลิกชุมนุมตามเวลาที่ผู้จัดชุมนุมแจ้งไว้ ตามพ.ร.บ.ชุมนุมฯ 2558, โฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงฯ ตามมาตรา 18 พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง 2493 และร่วมกันเดินขบวนขวางการจราจรตามพ.ร.บ. จราจรทางบก 2522 มาตรา 108, 114 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83

ทั้งนี้ผู้ต้องหาทั้งห้ารายปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และขอให้การเป็นหนังสือเพิ่มเติมภายใน 15 วัน จากนั้นเวลาราว 15.00 น. พนักงานสอบสวนนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ไปขออำนาจศาลอาญาฝากขัง ผู้ต้องหาจึงยื่นคำร้องคัดค้านการฝากขัง

ต่อมาศาลจึงได้ไต่สวนคำร้องฝากขังของพนักงานสอบสวน ผู้ต้องหาได้แถลงยืนยันต่อศาลว่า พวกตนไปพบพนักงานสอบสวนตามที่มีหมายเรียกให้ไปพบด้วยตนเอง อีกทั้งพวกตนก็มีที่พักอาศัยเป็นหลักแหล่งและไม่มีพฤติกรรมหลบหนี จึงไม่มีเหตุให้ขังพวกเขาเอาไว้ระหว่างสอบสวน ด้านพนักงานสอบสวนไม่แถลงคัดค้านและแถลงเพิ่มเติมอีกว่าสามารถดำเนินการสอบสวนไปได้ โดยไม่มีความจำเป็นต้องขังผู้ต้องหา

ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าข้อเท็จจริงของพนักงานสอบสวนและผู้ต้องหาทั้ง 5 คนแถลงนั้นสอดคล้องกัน ศาลจึงมีคำสั่งยกคำร้องฝากขัง ต่อมาทั้ง 5 คนจึงได้เดินทางกลับ
ทั้งนี้ตามบันทึกแจ้งข้อกล่าวหาระบุ พ.ต.ท.ประจักษ์ พงษ์ปรีชา รองผู้กำกับการสอบสวน และ พ.ต.ท.ประกอบ เย็นหลักร้อย พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม เป็นผู้แจ้งความดำเนินคดี และบรรยายพฤติการณ์ว่า เมื่อวันที่ 10 มี.ค.61 การปราศรัย ในกิจกรรม “รวมพลถอนราก คสช.” ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายรังสิมันต์ โรม และนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ ได้กล่าวชักชวนและนัดให้มวลชนรวมตัวกันอีกครั้งในวันที่ 24 มี.ค. 61 และวันต่อมากลุ่มแกนนำยังได้โพสต์เฟซบุ๊กชักชวนอีก

จากนั้น วันที่ 24 มี.ค. เวลาประมาณ 16.10 น. ที่สนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ผู้ต้องหาได้ปราศรัยบนรถ 6 ล้อ ติดเครื่องขยายเสียง และติดแผ่นป้ายไวนิล “รวมพลังถอนราก คสช.” โดยมีเนื้อหาโจมตีการทำงานและ คสช. มีการทุจริต ใช้อำนาจโดยไม่เป็นธรรม และมีการโจมตีรัฐบาลและ คสช. เกี่ยวกับเรื่องที่มีการเลื่อนการเลือกตั้ง พร้อมกับชักชวนให้ประชาชนออกมาร่วมชุมนุมขับไล่ คสช.

ต่อมาเวลาประมาณ 17.30 น. ผู้ต้องหาได้ประกาศเรียกกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อเคลื่อนขบวนไปยังกองบัญชาการกองทัพบก และกลุ่มผู้ต้องหาได้ขึ้นปราศรัยขับไล่รัฐบาล ปลุกระดมมวลชน ไปตลอดเส้นทาง โดยมียอดผู้ชุมนุมประมาณ 350 ราย ทั้งนี้จากกิจกรรมดังกล่าวมีผู้ถูกดำเนินคดีทั้งหมด 57 ราย

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ประมวลภาพ-เหตุการณ์รวมพลคนอยากเลือกตั้งหน้ากองทัพบก

แค่ “อยากเลือกตั้ง” ก็โดนคดี : อัพเดตความคืบหน้าคดีของ “กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง”