อัยการเลื่อนฟังคำสั่งสองคดีผู้ชุมนุมคนอยากเลือกตั้ง ทั้งคดีชุมนุมหน้าม.เชียงใหม่ และคดีชุมนุมที่สกายวอล์คหน้าห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง โดยคดีแรกอัยการคดีศาลแขวงยังไม่มีความเห็นใดๆ ส่วนคดีหลัง ยังรอความเห็นจากอัยการสูงสุด หลังอัยการเจ้าของสำนวนสั่งไม่ฟ้องคดี เพราะเห็นว่าไม่เป็นประโยชน์สาธารณะ ทั้งสองคดี อัยการนัดมารายงานตัวอีกครั้งในวันที่ 23 พ.ค. 61

อัยการเลื่อนฟังคำสั่งคดีชุมนุมอยากเลือกตั้ง หน้า มช.

วันนี้ (20 เม.ย. 61) เวลา 13.30 น. ที่สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงเชียงใหม่ 6 ผู้ต้องหากรณีร่วมกิจกรรมการชุมนุม “รวมพลคนอยากเลือกตั้ง” ใน “เทศกาลแห่งความหมดรัก” เมื่อวันที่ 14 ก.พ.61 ที่หน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ทหารแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 เรื่องการชุมนุมทางการเมือง และข้อหาใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ได้เข้ารายงานตัวเพื่อฟังคำสั่งของอัยการแขวงตามที่ได้นัดหมาย หลังจากพนักงานสอบสวนสภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ส่งสำนวนคดีให้อัยการเมื่อวันจันทร์ที่ 9 เม.ย. โดยมีความเห็นสั่งฟ้องคดี

หลังผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ได้เข้ารายงานตัว อัยการแขวงระบุว่ายังไม่มีคำสั่งทางคดีในวันนี้ จึงให้ผู้ต้องหาทั้ง 6 ทำการเซ็นรับทราบนัดหมายและให้มารายงานตัวอีกครั้งในวันที่ 23 พ.ค. 61 เวลา 13.30 น.

ก่อนหน้านี้ผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด ผ่านอธิบดีอัยการภาค 5 เพื่อขอให้มีคำสั่งไม่ฟ้องคดี เนื่องจากการฟ้องคดีจะไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ แต่อัยการยังไม่ได้มีคำสั่งใดๆ

 

คนอยากเลือกตั้ง MBK 39 ที่กรุงเทพฯ เลื่อนฟังคำสั่งอัยการสูงสุดออกไปเช่นกัน

ขณะเดียวกัน วานนี้ (19 เผม.ย. 61)  เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานอัยการแขวงปทุมวัน  28 ผู้ต้องหาในคดีคนอยากเลือกตั้ง หรือ “MBK39” ซึ่งถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558  และชุมนุมในรัศมี 150 เมตร จากเขตพระราชฐาน ตามพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 จากการชุมนุมที่สกายวอล์คหน้าห้างสรรพสินค้า MBK (มาบุญครอง) ได้เข้ารายงานตัวต่อพนักงานอัยการเพื่อฟังคำสั่งอัยการสูงสุดว่าจะมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาในคดีหรือไม่  เมื่อเข้ารายงานตัวอัยการแขวงระบุยังไม่มีคำสั่งจากอัยการสูงสุด จึงให้เลื่อนการฟังคำสั่งออกไป และให้ผู้ต้องหามารายงานตัวอีกครั้ง ในวันที่ 23 พ.ค. 61 เวลา 10.00 น.

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 61 พนักงานอัยการแขวงปทุมวันมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องคดี เนื่องจากเห็นว่าการฟ้องจะไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณะ และได้ทำความเห็นพร้อมส่งสำนวนไปที่อัยการสูงสุด ให้มีความเห็นต่อไป

สำหรับ กรณีการชุมนุม MBK39 นี้ มีผู้ถูกดำเนินคดี 39 คน แยกเป็นสองส่วน คือ คดีของผู้ร่วมชุมนุม 30 คน แต่มีผู้ต้องหา 2 รายที่ได้ให้การรับสารภาพไปแล้ว โดยศาลสั่งให้จำคุก 12 วัน ปรับ 6,000 บาท แต่ให้การรับสารภาพ ลดโทษครึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 6 วัน ปรับ 3,000 บาท และโทษจำคุกให้รอการลงโทษเป็นเวลา 1 ปี และยังมีผู้ถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 เพิ่มด้วย อีก 9 ราย ซึ่งแยกไปเป็นอีกคดีหนึ่ง ขณะนี้ยังอยู่ในชั้นสอบสวน

 

ยอดดำเนินคดีประชาชนชุมนุมอยากเลือกตั้งพุ่งแล้ว 106 คน

จนถึงปัจจุบัน ยอดของการดำเนินคดีต่อผู้ชุมนุมเรียกร้องให้คสช. กำหนดวันเลือกตั้งที่ชัดเจน ไม่เลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีก และให้คสช. หยุดสืบทอดอำนาจ มีจำนวนทั้งหมดแล้ว 8 คดี รวมผู้ถูกดำเนินคดี 106 ราย (บางรายถูกดำเนินคดีหลายคดี) จากการชุมนุมใน 5 พื้นที่ ได้แก่

  • คดีการชุมนุมที่บริเวณสกายวอล์คแยกปทุมวัน เมื่อวันที่ 27 ม.ค.61 จำนวน 2 คดี
  • คดีการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 10 ก.พ.61 จำนวน 2 คดี
  • คดีการชุมนุมที่หน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 14 ก.พ.61 จำนวน 1 คดี
  • คดีการชุมนุมที่หาดพัทยา จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 4 มี.ค.61 จำนวน 1 คดี
  • คดีการชุมนุมที่มีการเคลื่อนขบวนจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ไปยังหน้ากองทัพบก เมื่อวันที่ 24 มี.ค.61 จำนวน 2 คดี