ภาพโดย Banrasdr Photo

1 พ.ค. 2561 พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม นัด 4 แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้งหน้ากองทัพบก หรือ #ARMY57 ไปขออำนาจศาลอาญาขังผู้ต้องหาก่อนการพิจารณาในคดียุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 แต่ศาลยกคำร้อง

เวลา 13.30 น. ที่ศาลอาญารัชดา พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ยื่นคำร้องขอฝากขังแกนนำคนอยากเลือกตั้งอีกครั้ง จากกรณีชุมนุมเรียกร้องการเลือกตั้งบริเวณหน้ากองบัญชาการทหารบกหรือคดี #Army57 หลังจากที่เมื่อวาน (30 เมษายน 2561) ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ได้แก่ นายรังสิมันต์ โรม นายสิริวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ นายปกรณ์ อารีกุล และนายอานนท์ นำภา ได้เข้ารายงานตัวกับพนักงานสอบสวนที่สน. ชนะสงคราม และพนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องฝากขังต่อศาลอาญารัชดา ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งยกคำร้องขอฝากขัง ด้วยเหตุว่า “ขณะยื่นคำร้องนั้นพ้นเวลาทำการของศาลและยังไม่มีตัวผู้ต้องหามาที่ศาล จึงสั่งให้ยกคำร้อง”

วันนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ได้เดินทางมาฟังการพิจารณาคำร้องขอฝากขังจากศาลอีกครั้งในความผิดฐานฝ่าฝืนคําสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ข้อ 12 ข้อหาร่วมกันเป็นผู้ชุมนุมฯ ข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ มาตรา 16 (1), (8) และ มาตรา 18 และความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.บ.จราจรทางบก ข้อหายุยงปลุกปั่นฯ ตามมาตราประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.การโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง มาตรา 4 ด้วย

ในการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ต่อมา เวลา 16.00 น. ศาลอ่านคำสั่ง พิจารณาคำร้องขอฝากขัง โดยพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงครามให้เหตุผลว่า เกรงว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานและผู้ต้องหาจะเข้าร่วมชุมนุมอีกครั้งในวันที่ 5 พ.ค. 2561 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ศาลจึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอฝากขัง เนื่องจากไม่มีเหตุแห่งการฝากขัง เพราะผู้ต้องหามีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี การอ้างว่าเป็นแกนนำ ไม่เป็นเหตุให้ฝากขังได้