2 พ.ค. 61 จากกรณีที่ชาวบ้านในเครือข่ายของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-move) ในภาคเหนือจะเดินทางไปร่วมการชุมนุม “ลดความเหลื่อมล้ำ คืนความเป็นธรรม ปกป้องชุมชน” ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล และได้ถูกเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจกักตัวขณะกำลังเดินทางในช่วงคืนที่ผ่านมาจำนวนสองจุด คือที่ด่านตรวจแม่ทา จังหวัดลำพูน และบริเวณด่านใกล้มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ จุดละกว่า 40 คน โดยเจ้าหน้าที่ยังมีการควบคุมตัวคนขับรถของทั้งสองจุดไปด้วย ทำให้เครือข่ายชาวบ้านตัดสินใจค้างคืนในจุดที่ถูกกักตัวมาตั้งแต่ค่ำวานนี้ (ดูรายงานข่าวช่วงวานนี้ และช่วงเช้านี้)

ในส่วนที่ด่านตรวจแม่ทา เวลา 13.00 น. ทางรองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ได้พยายามเข้ามาพูดคุยกับกลุ่มชาวบ้านเครือข่าย P-move ที่ได้ปักหลักอยู่ที่ด่านตรวจ โดยเสนอให้ไปพูดคุยปัญหาของชาวบ้าน ณ ที่ว่าการอำเภอแม่ทา ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ชาวบ้านยืนยันไม่เดินทางไป

เวลา 13.45 น. ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แม่ทา จังหวัดลำพูน ได้ส่งหนังสือแจ้งต่อชาวบ้านที่ถูกกักตัวและปักหลักอยู่ที่ด่านแม่ทา โดยเป็นหนังสือแจ้งเตือนให้ยื่นคำขอผ่อนผันในการจัดชุมนุม ระบุว่าชาวบ้านได้มีการชุมนุมที่บริเวณด่านตรวจยาเสพติดแม่ทา มาตั้งแต่เวลา 20.00 น. ของวันที่ 1 พ.ค.61 โดยที่ไม่ได้แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้งก่อนเริ่มชุมนุม ไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง และเมื่อเลยกำหนดเวลา ยังไม่ได้ยื่นคำขอผ่อนผันการชุมนุมต่อผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน ตามมาตรา 10 และ 12 ของพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ จึงแจ้งให้ผู้ชุมนุมดำเนินการยื่นคำร้องขอผ่อนผันดังกล่าวภายในวันนี้ เวลา 14.00 น. ซึ่งทางผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำพูนได้มารออำนวยความสะดวกในการรับแจ้งคำขอผ่อนผันที่ว่าการอำเภอแม่ทาแล้ว

 

 

ภายหลังได้รับหนังสือดังกล่าว ทางเครือข่าย P-move ตัดสินใจไม่ยื่นแจ้งคำขอผ่อนผันดังกล่าว เพราะเห็นว่าทางชาวบ้านไม่ได้ตั้งใจมาชุมนุมในจุดดังกล่าว เพียงแต่ถูกเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจกักตัวไว้ระหว่างการเดินทางไปชุมนุมที่กรุงเทพฯ โดยการชุมนุมที่กรุงเทพฯ ก็ได้มีการแจ้งจัดการชุมนุมตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ เอาไว้อย่างถูกต้องแล้ว นอกจากนั้นยังจะให้ตัวแทนเครือข่ายไปแจ้งลงบันทึกประจำวันไว้กับทางตำรวจ เรื่องเหตุผลของการเดินทางของชาวบ้านและเหตุการณ์การโดนกักตัวเอาไว้ด้วย

เวลาประมาณ 15.40 น. ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ราว 40 นาย นำโดย พ.อ.บรรณวัฒน์ พรหมจรรย์ รองผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดลำพูน เดินทางเข้าไปจับกุมตัวแกนนำเครือข่ายจำนวน 3 คน ได้แก่ นายสุแก้ว ฟูงฟู, นายประยงค์ ดอกลำไย และนายรังสรรค์ แสนสองแคว ท่ามกลางกลุ่มชาวบ้านราว 100 คน โดยมีการกระชากยื้อตัวกันช่วงหนึ่ง ก่อนที่ทั้งสามคนจะถูกพาขึ้นรถตำรวจออกไป เจ้าหน้าที่ทหารได้มีการอ่านเนื้อหาในคำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 13/2559 เรื่องการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดบางประการ ที่เป็นภัยอันตรายต่อความสงบเรียบร้อยหรือ บ่อนทำลายระบบเศรษฐกิจ (ปราบปรามผู้มีอิทธิพล) อ้างเป็นอำนาจในการควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ยังมีการเข้ารื้อป้ายข้อความต่างๆ ที่ชาวบ้านเขียนขึ้น และยังมีการประกาศว่าการรวมตัวของชาวบ้านเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะด้วย

 

ภาพจากไลฟ์ถ่ายทอดสดขณะเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัวแกนนำเครือข่าย P-move

 

จากนั้นประมาณ 10 นาที นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ได้เดินทางเข้ามาพูดคุยกับชาวบ้าน โดยระบุว่าทางเครือข่ายชาวบ้าน P-move ที่เชียงใหม่ก็ได้เดินทางกลับหมดแล้ว ถ้าประชาชนมีปัญหาข้อร้องเรียนก็สามารถแจ้งทางผู้ว่าฯ ได้ ยืนยันว่าไม่ได้มีการกักตัวประชาชน และผู้ว่าฯ มีหน้าที่ในการเสนอปัญหาของประชาชนอยู่แล้ว

นอกจากนั้น ทางเครือข่ายชาวบ้าน P-move ยังได้พยายามสอบถามเจ้าหน้าที่สองประเด็น คือคนขับรถโดยสารที่หายไปตั้งแต่เมื่อคืนไปอยู่ที่ใด ปลอดภัยดีหรือไม่ และแกนนำทั้งสามคนถูกควบคุมตัวไปที่ใด ทางเจ้าหน้าที่ได้แบ่งกันตอบสองคำถามดังกล่าว โดยระบุว่าในส่วนขับรถ เนื่องจากด่านตรวจนี้เป็นด่านยาเสพติด จึงได้พาตัวคนขับรถไปตรวจปัสสาวะที่โรงพยาบาล และคนขับรถเพิ่งมาปัสสาวะออกเมื่อเช้านี้ ทั้งผลตรวจก็ยังไม่ออก โดยไม่สามารถระบุได้ว่าตอนนี้คนขับรถนั้นอยู่ที่ใด แต่ยืนยันว่าปลอดภัยดี  ส่วนสามแกนนำนั้น เจ้าหน้าที่ระบุว่าได้พาตัวไปที่ว่าการอำเภอแม่ทา เพื่อพูดคุยทำความเข้าใจ ฝ่ายความมั่นคงจะได้ถามไถ่ทัศนคติ และเมื่อชาวบ้านทั้งหมดเดินทางกลับบ้านแล้ว ก็จะมีการปล่อยตัว

หลังจากทราบเรื่อง เวลา 16.15 น. ทางเครือข่ายชาวบ้านได้หารือกันว่าจะเดินทางไปติดตามแกนนำที่ถูกควบคุมตัวที่ว่าการอำเภอแม่ทาต่อไป

ภาพขณะรถเจ้าหน้าที่ตำรวจนำเครือข่ายชาวบ้าน P-move จังหวัดเชียงใหม่ ไปยังค่ายกาวิละ (ภาพจากเพจสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ)

 

ขณะที่จุดที่ใกล้มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในช่วงเช้านี้ เจ้าหน้าที่ได้มีการเชิญเครือข่ายชาวบ้าน P-move ไปพูดคุยที่ค่ายกาวิละ จากนั้นเวลา 14.10 น. ชาวบ้านทั้งหมดประมาณ 40 คน ได้ถูกเจ้าหน้าที่นำตัวกลับไปส่งที่บ้านในอำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่

นายดิเรก กองเงิน ได้เป็นตัวแทนแถลงว่าในการพูดคุยกับทาง ผบ.มทบ.33 ไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่าทำไมต้องนำตัวคนขับรถไป และกักตัวชาวบ้านไว้ ชาวบ้านได้ชี้แจงเรื่องเป้าหมายการเดินทางและปัญหาของชาวบ้าน ทางทหารได้แนะนำให้ทำหนังสือและส่งข้อมูลให้มทบ.33 แล้วจะส่งเรื่องไปที่แม่ทัพภาคที่ 3 ต่อไป จากนั้นทางฝ่ายความมั่นคงได้นำชาวบ้านมาส่งที่บ้าน โดยไม่ได้อนุญาตให้เดินทางไปกทม. หรือไปร่วมกับเครือข่ายที่จังหวัดลำพูน

นายดิเรกยังเป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์ โดยสรุปว่าการสกัดชาวบ้านจำนวนกว่า 100 คน ทำให้ไม่สามารถเดินทางลงไปที่กรุงเทพฯ ตามนัดหมายได้ เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ โดยทางเครือข่าย P-move เองก็ได้แจ้งการชุมนุมตามพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะถูกต้องเรียบร้อยแล้ว จึงขอประณามการกระทำของทหารและฝ่ายความมั่นคงที่สกัดกั้นการใช้สิทธิในการชุมนุมโดยสงบของชาวบ้าน

 

เพิ่มเติมข้อมูลล่าสุด 

เวลา 18.30 น. ณ ที่ว่าการอำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน เจ้าหน้าที่ทหารได้ปล่อยตัวแกนนำเครือข่าย P-move ทั้งสามคน ได้แก่ นายสุแก้ว ฟูงฟุ, นายประยงค์ ดอกลำไย, นายรังสรรค์ แสนสองแคว โดยระบุว่าได้พูดคุยทำเข้าใจแล้ว และไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาใด พร้อมได้นำตัวทั้งสามคนขึ้นรถตู้ของตำรวจเพื่อนำทั้งสามคนส่งกลับไปที่บ้านของแต่ละคน และไม่ได้ให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์แต่อย่างใด