4 พ.ค.61 ศาลทหารกรุงเทพฯ นัดสืบพยานโจทก์ในคดีของนายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ หรือ “พ่อน้องเฌอ” นักกิจกรรมกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ซึ่งถูกกล่าวหาในข้อหาฝ่าฝืนประกาศ คสช. ฉบับที่ 7/2557 เรื่องชุมนุมมั่วสุมทางการเมือง ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป, ข้อหายุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116, และข้อหาตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (3) จากกรณีการทำกิจกรรม ‘พลเมืองรุกเดิน’

สำหรับเหตุการณ์ที่พันธ์ศักดิ์ถูกกล่าวหาเป็นกิจกรรมการเดินเท้า ภายใต้แนวคิด “เมื่อความยุติธรรมไม่มา ก็เดินหน้าไปหามัน” เมื่อวันที่ 14-16 มี.ค.2558 เพื่อเรียกร้องไม่ให้ดำเนินคดีพลเรือนในศาลทหาร โดยพันธ์ศักดิ์ได้เดินจากบ้านย่านเขตบางบัวทอง ไปยัง ส.น.ปทุมวัน เพื่อไปรับทราบข้อกล่าวหากรณีที่กลุ่มพลเมืองโต้กลับจัดกิจกรรม “เลือกตั้งที่ (รัก) ลัก” และถูกเจ้าหน้าที่ทหารแจ้งความ พร้อมกับตำรวจออกหมายเรียกไปรับทราบข้อกล่าวหา ก่อนจะถูกทหารแจ้งความดำเนินคดีจากการทำกิจกรรมนี้ซ้ำอีก

คดีนี้มีการสั่งฟ้องคดีต่อศาลทหารเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.58 และทางจำเลยได้ได้ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยเรื่องเขตอำนาจศาล เนื่องจากเห็นว่าคดีอยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม แต่ทั้งศาลทหารและศาลอาญาเห็นว่าอยู่ในอำนาจศาลทหาร และจนถึงปัจจุบันทำการสืบพยานโจทก์ไปได้เพียงปากเดียว ได้แก่ พ.ต.อ.สถิตย์ สังข์ประไพ พยานผู้กล่าวหา (ดูรายงานข่าว)

 

ภาพนายพันธ์ศักดิ์ขณะทำกิจกรรม “พลเมืองรุกเดิน” (ภาพโดย Banrasdr Photo)

 

การสืบพยานในนัดนี้ อัยการทหารนำ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานฝ่ายกฎหมายของ คสช. และหนึ่งในผู้กล่าวหาร่วมในคดีนี้ เข้าเบิกความ

ก่อนเริ่มการสืบพยาน พ.อ.บุรินทร์ ได้นำภาพที่บันทึกจากหน้าจอเฟซบุ๊กของนายอานนท์ นำภา ทนายความในคดี มาแถลงต่อศาลทหาร โดยเป็นภาพและข้อความที่โพสต์แจ้งรายละเอียดเรื่องการนัดสืบพยานโจทก์ในคดีนี้ พร้อมระบุว่าโพสต์ของทนายมีลักษณะเป็นการเชิญชวนให้มากดดันการเบิกความของพยาน จึงขอให้ศาลทหารตักเตือนทนาย  นายอานนท์แถลงต่อศาลว่าโพสต์ดังกล่าวมิได้มีเจตนาให้มีการกดดันพยานแต่อย่างใด แต่เป็นการโพสต์แจ้งให้ประชาชนได้มาฟังคำเบิกความ

ศาลทหารได้พิจารณาเห็นว่าเพื่อการดำเนินคดีเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และไม่ให้เกิดผลกระทบต่อพยานที่มาเบิกความ จึงขอให้ทนายจำเลยไม่กระทำในลักษณะนั้นอีก โดยศาลทหารยังสั่งไม่ให้ผู้สังเกตการณ์จดบันทึกในวันนี้ด้วย

จากนั้นอัยการทหารได้นำ พ.อ.บุรินทร์ ขึ้นเบิกความ โดยระบุว่าเหตุการณ์ในคดีนี้ ตนได้รับคำสั่งจากหัวหน้าคสช. ให้ตรวจสอบข้อมูลของเจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวทั้งของทหารและสันติบาล เกี่ยวกับการโพสต์ของกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ที่มีการทำกิจกรรมเรียกร้องไม่ให้พลเรือนขึ้นศาลทหาร ระหว่างวันที่ 14-16 มี.ค.2558 เป็นลักษณะการกำหนดเวลาและสถานที่เดินไปในจุดต่างๆ โดยพยานเห็นว่าโพสต์ดังกล่าวของกลุ่มพลเมืองโต้กลับเป็นการจุดกระแสให้ประชาชนมาร่วมชุมนุมเกินกว่า 5 คน และให้มาทำกิจกรรมต่อต้านรัฐบาล อันจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพและการทำงานของรัฐบาล

พ.อ.บุรินทร์ระบุว่าในกิจกรรม ได้ทราบจากสายข่าวว่ามีเจ้าหน้าที่ สื่อมวลชน และกลุ่มมวลชนติดตามกิจกรรม โดยทราบว่าจำเลยเริ่มเดินเพียงลำพัง ต่อมามีมวลชนนำดอกไม้มาให้กำลังใจในจุดต่างๆ และเมื่อเดินถึงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ได้มีการจัดกิจกรรมเสวนาขึ้น โดยทราบจากฝ่ายข่าวว่ามีผู้มาร่วมกิจกรรมประมาณ 20-30 คน และฝ่ายข่าวได้มีการถ่ายภาพกิจกรรมเอาไว้เป็นหลักฐาน

พยานเห็นว่าการที่จำเลยและมีมวลชนเดินจากจุดเริ่มต้นมาถึงธรรมศาสตร์ เพื่อคัดค้านรัฐบาลและเรียกร้องไม่ให้พลเรือนขึ้นศาลทหาร มีลักษณะเป็นการต่อต้านการทำงานของรัฐบาล ผู้บังคับบัญชาจึงมีคำสั่งให้พยานไปแจ้งความดำเนินคดีจำเลยในทั้งสามข้อหา

 

(ภาพโดย Banrasdr Photo)

 

จากนั้น ทนายจำเลยได้ถามค้านพยาน โดยพ.อ.บุรินทร์ระบุว่าตนไม่ได้ไปร่วมเดินในกิจกรรมนี้ด้วย แต่ทราบจากฝ่ายข่าวความมั่นคง โดยกรณีที่พยานโจทก์ปากก่อนหน้านี้เบิกความว่าเห็นพยานร่วมด้วยนั้น น่าจะเป็นความคลาดเคลื่อน

พ.อ.บุรินทร์ระบุว่า คสช. และตนเริ่มติดตามกลุ่มพลเมืองโต้กลับหลังจากทำกิจกรรม “เลือกตั้งที่ลัก” โดยคำสังให้ไปแจ้งความดำเนินคดีของผู้บังคับบัญชาเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย พยานจึงไปดำเนินการตามคำสั่ง โดยพยานเป็นทั้งผู้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับจำเลยในกิจกรรม “เลือกตั้งที่ลัก” และในคดีนี้

พ.อ.บุรินทร์ยังระบุว่าตนเป็นผู้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับจำเลยในเหตุการณ์ชุมนุมที่ถนนราชดำเนินในวันที่ 10 ก.พ.61 โดยเมื่อทราบว่าข้อมูลผิดพลาด เนื่องจากจำเลยไม่ได้ไปชุมนุม จึงได้รับมอบหมายให้ไปถอนแจ้งความแล้ว ไม่ได้มีเจตนากลั่นแกล้งแต่อย่างใด และไม่ได้มีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลย

สำหรับข้อความ “เมื่อความยุติธรรมไม่มา ก็เดินไปหามัน” พยานเห็นว่าเป็นข้อความที่ไม่ถูกต้อง ถ้าเป็นพยาน ก็จะหาช่องทางดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ไปทำกิจกรรมลักษณะนี้

เมื่อทนายจำเลยถามค้านไปถึงช่วงเที่ยงวันแต่ยังไม่แล้วเสร็จ ได้แถลงว่ายังมีคำถามต้องถามพยานอีกมาก ทำให้ศาลทหารและคู่ความได้ตกลงเลื่อนการถามค้านพยานโจทก์ออกไปเป็นวันที่ 13 ก.ค.2561 เวลา 8.30 น.

 

ดูคำวินิจฉัยในคดีนี้ เรื่องเขตอำนาจศาล และเรื่องประกาศ-คำสั่งคสช. ชอบด้วยกฎหมาย

ศาลยุติธรรมยอมรับการรัฐประหาร ให้ความเห็นคดีพลเมืองรุกเดินขึ้นศาลทหาร

ไม่ส่งศาล รธน. วินิจฉัย ศาลทหารเห็นเองว่าประกาศ/คำสั่ง คสช. ชอบด้วยกฎหมาย คดีพลเมืองรุกเดิน