จากกรณีกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตยนัดหมายจัดการชุมนุม “22 พฤษภาเราจะหยุดระบอบคสช.” เพื่อเรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง และให้คสช. หยุดสืบอำนาจ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ในวันที่ 21 พ.ค. นี้ และมีกำหนดการจะเดินขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาลในเช้าวันที่ 22 พ.ค.

เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 61 เวลาประมาณ 16.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบจากสภ.คูคต จังหวัดปทุมธานี ประมาณ 50 นาย เดินทางด้วยรถประมาณ 10 คัน รวมถึงรถควบคุมตัวผู้ต้องขัง เข้าไปยังบริเวณซอยหน้าบ้านของนางสาวกุลวดี ดีจันทร์ และขอเข้าตรวจค้นบ้านของเธอ ซึ่งเคยเข้าร่วมชุมนุมในกิจกรรมของคนอยากเลือกตั้งก่อนหน้านี้ และเป็นหนึ่งในผู้ถูกดำเนินคดีจากการชุมนุมที่หน้ากองทัพบก เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 61 หรือคดี “ARMY57”

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงหมายค้นจากศาลจังหวัดธัญบุรีซึ่งอนุมัติในวันเดียวกันนี้ น.ส.กุลวดีซึ่งอาศัยอยู่กับลูกชายวัยสิบปี ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ขอให้รอสามีเธอกลับมาก่อน แต่เจ้าหน้าที่ได้โต้แย้งว่าในหมายค้นระบุช่วงเวลาเข้าค้นตั้งแต่ 14.00 น.-18.00 น. เจ้าหน้าที่จึงต้องการเข้าตรวจค้นทันที แต่เธอยืนยันให้รออีกราวครึ่งชั่วโมงให้สามีเธอกลับมาก่อน เธอพยายามสอบถามว่าเธอทำผิดคดีร้ายแรงอะไร ถึงต้องขนเจ้าหน้าที่และรถมาจำนวนมากขนาดนี้จนเต็มซอย ทำให้เพื่อนบ้านเกิดความตื่นตกใจ เธอยังพยายามขอถ่ายรูปหมายค้นเอาไว้ แต่เจ้าหน้าที่อ้างว่าเธอไม่มีสิทธิและหากเอาไปโพสต์เผยแพร่จะผิดตามพ.รบ.คอมพิวเตอร์

 

 

จนเวลาประมาณ 17.00 น. เศษ เมื่อสามีเธอเดินทางถึงบ้าน ทางเจ้าหน้าที่จำนวน 7 นายได้เริ่มเข้าทำการตรวจค้นบ้าน  มีการตรวจดูสมุดบัญชี พร้อมกับโทรศัพท์แจ้ง “นาย” ว่าไม่ได้มีความเคลื่อนไหวในบัญชีมาตั้งแต่ต้นปี เจ้าหน้าที่ยังมีการถ่ายภาพรหัสการเข้าบัญชีเฟซบุ๊กที่เธอจดบันทึกไว้ไป ทั้งที่เธอไม่อนุญาตเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัว เจ้าหน้าที่ยังถ่ายภาพอุปกรณ์การชุมนุมต่างๆ ของเธอไว้ และเข้าตรวจค้นไปทุกห้อง โดยไม่แน่ชัดว่าต้องการค้นหาสิ่งใด ในท้ายที่สุดก็ไม่ได้มีการพบสิ่งผิดกฎหมายใดๆ และยังมีการระบุระหว่างการตรวจค้นด้วยว่าถ้าวันที่ 21-22 พ.ค.นี้ เธอออกจากบ้านไปชุมนุม จะมีการใช้ทหารจัดการ ไม่ใช่ตำรวจ

หลังจากการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งขอโทษที่ใช้ถ้อยคำรุนแรงไป พร้อมระบุว่าจะมีเจ้าหน้าที่ติดตามความเคลื่อนไหวของเธอตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้เธอออกไปร่วมชุมนุมในวันที่ 21-22 พ.ค.นี้ โดยเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ใช่ทหาร จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงเดินทางกลับไป

ในเช้าวันนี้ (20 พ.ค. 61) ตั้งแต่ในช่วง 5.00 น. กุลวดีได้เดินทางออกจากบ้านพักไปเพื่อพบแพทย์ที่โรงพยาบาล เพื่อทำการถ่ายเลือดเพราะเธอเป็นโรคธาลัสซีเมีย ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จอดรถอยู่หน้าบ้านเปิดประตูออกมาสอบถามว่าเธอจะเดินทางไปไหน และแจ้งว่าจะติดตามเธอไปด้วย กุลวดีจึงตัดสินใจเดินทางไปรถคันเดียวกับเจ้าหน้าที่  เมื่อไปถึงโรงพยาบาล แพทย์แจ้งหลังตรวจพบว่าความดันสูงและจังหวะหัวใจเธอเต้นผิดปกติ หากให้เลือดต่อไปเธออาจช็อกได้ แพทย์จึงลดเลือดที่ถ่ายและให้ยามารับประทานด้วย เมื่อกุลวดีกลับถึงบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้โทรมาสอบถามว่าเธออยู่ที่ใดเนื่องจากชุดที่ไปเปลี่ยนเวรหาเธอที่โรงพยาบาลไม่พบ เธอจึงแจ้งว่ากลับมาถึงบ้านแล้ว

 

 

สำหรับน.ส.กุลวดี อายุ 42 ปี เดิมเคยประกอบอาชีพขายอาหารตามสั่ง แต่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ จึงยุติการค้าขาย เธอป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมียมาเป็นระยะเวลาสิบปีแล้ว เธอระบุว่าตนเองไม่เคยพบปัญหาความดันสูงและจังหวะหัวใจเต้นผิดปกติในลักษณะนี้ คาดว่าเกิดจากความเครียดที่ถูกเข้าตรวจค้นบ้านและถูกติดตาม ก่อนหน้านี้เธอร่วมกิจกรรมทางการเมืองมาตลอดแต่ไม่เคยถูกคุกคามใดๆ แต่หลังจากถูกดำเนินคดีชุมนุมหน้ากองทัพบก มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารมาที่บ้านของเธอทุกๆ อาทิตย์ถึงสองอาทิตย์ รวมกันประมาณ 7 ครั้งแล้ว