วันนี้ (23 พ.ค.61) เวลา 10.00 น. พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวันได้เลื่อนส่งตัว “MBK39” ในส่วนของแกนนำส่งอัยการที่ศาลอาญากรุงเทพฯใต้ โดยผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีในข้อหา ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ห้ามชุมนุมหรือมั่วสุมการเมืองเกินกว่า 5 คนขึ้นไป และกระทำการยุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116

เลื่อนส่งตัวอัยการคดีแกนนำ ‘MBK39’ 

สำหรับคดีนี้เริ่มต้นจากผู้ต้องหาแกนนำคดีคนอยากเลือกตั้งรวมตัวเรียกร้องการเลือกตั้งบนสกายวอร์คหน้าห้างสรรพสินค้ามาบุญครองหรือ ‘MBK39’ เมื่อวันที่ 27 ม.ค.61 ต่อมาได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาตามมา ก่อนหน้านั้นพนักงานสอบสวนได้ส่งตัวให้อัยการแล้ว เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 61 โดยพนักงานอัยการแขวงปทุมวันมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องคดี เนื่องจากเห็นว่าการฟ้องจะไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณะ และได้ทำความเห็นพร้อมส่งสำนวนไปที่อัยการสูงสุด ให้มีความเห็นต่อไป

ขณะที่ในวันนี้ เป็นนัดส่งตัวอีกครั้ง ด้านทนายผู้ต้องหาได้เข้าแจ้งเลื่อนการส่งตัวกับพนักงานสอบสวน ที่สน.ปทุมวัน มีพ.ต.ท.สุรพล ล้วนประเสริฐ รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สน.ปทุมวัน เป็นผู้รับเรื่อง สำหรับคดีนี้แกนนำประกอบไปด้วย นายสมบัติ บุญงามอนงค์, นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล, นางสาวณัฏฐา มหัทนา, นายสุกฤษฎ์ เพียรสุวรรณ , นายวีระ สมความคิด , นายอานนท์ นำภา, นายเอกชัย หงส์กังวาน, รังสิมันต์  โรม, สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์

โดยผู้มารายงานตัวที่ สน.วันนี้ มี 3 ราย ได้แก่ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล และนายวีระ สมความคิด ขณะนายสุกฤษฏ์ เพียรสุวรรณ ติดธุระที่ต่างประเทศ และผู้ต้องหาที่เหลือยังคงถูกคุมขังอยู่ สน.พญาไท และสน.ชนะสงครามจากการมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ ระหว่างการชุมนุมและเดินขบวนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และบริเวณหน้าสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 21-22 พ.ค.ที่ผ่านมา จึงขอเลื่อนนัดนี้ออกไปก่อน ทำให้วันนี้พนักงานสอบสวนแจ้งว่าวันที่ 24 มิ.ย.61 สามารถส่งตัวพร้อมกันในวันดังกล่าว ขณะที่ด้านทนายความของผู้ต้องหา 7 ราย แจ้งว่าผู้ต้องหาจะมาได้ในวันที่ 25 พ.ค.61 นี้ จึงขอเลื่อนจากนัดวันนี้ออกไปก่อน เพื่อหาวันที่แน่ชัด

ขณะเดียวกัน วันเดียวกันนี้ ที่สำนักงานอัยการแขวงปทุมวัน “MBK39” นายเดชรัตน์ สุขกำเนิด ซึ่งถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 และชุมนุมในรัศมี 150 เมตร จากเขตพระราชฐาน ตามพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 จากการชุมนุมที่สกายวอล์คหน้าห้างสรรพสินค้า MBK (มาบุญครอง) ได้เข้ารายงานตัวต่อพนักงานอัยการเพื่อฟังคำสั่งอัยการสูงสุดว่าจะมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาในคดีหรือไม่ เมื่อเข้ารายงานตัวอัยการแขวงระบุยังไม่มีคำสั่งจากอัยการสูงสุด จึงให้เลื่อนการฟังคำสั่งออกไป และให้ผู้ต้องหามารายงานตัวอีกครั้ง ในวันที่ 26 มิ.ย.61

คดีคนอยากเลือกตั้งพุ่งหลังจากชุมนุมใหญ่ วันที่ 21-22 พ.ค. ที่ผ่านมา

กรณีการชุมนุม MBK39 นี้ มีผู้ถูกดำเนินคดี 39 คน แยกเป็นสองส่วน คือ คดีของผู้ร่วมชุมนุม 30 คน แต่มีผู้ต้องหา 2 รายที่ได้ให้การรับสารภาพไปแล้ว โดยศาลสั่งให้จำคุก 12 วัน ปรับ 6,000 บาท แต่ให้การรับสารภาพ ลดโทษครึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 6 วัน ปรับ 3,000 บาท และโทษจำคุกให้รอการลงโทษเป็นเวลา 1 ปี และยังมีผู้ถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 เพิ่มด้วย อีก 9 ราย ซึ่งแยกไปเป็นอีกคดีหนึ่ง ขณะนี้ยังอยู่ในชั้นสอบสวน

สำหรับยอดดำเนินคดีประชาชนชุมนุมอยากเลือกตั้งพุ่งแล้ว 113 คนแล้ว (บางรายถูกดำเนินคดีหลายคดี) จากการจับกุมคนอยากเลือกตั้งเพิ่มเติมในการชุมนุมและเดินขบวนเรียกร้องการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 21-22 พ.ค.61 ที่ผ่านมา ทำให้จนถึงปัจจุบัน ยอดของการดำเนินคดีต่อผู้ชุมนุมเรียกร้องให้คสช. เพิ่มขึ้นรวมผู้ถูกดำเนินคดี 113 ราย จากการชุมนุมใน 6 พื้นที่ ได้แก่

1.คดีการชุมนุมที่บริเวณสกายวอล์คแยกปทุมวัน เมื่อวันที่ 27 ม.ค.61
2.คดีการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 10 ก.พ.61
3.คดีการชุมนุมที่หน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 14 ก.พ.61
4.คดีการชุมนุมที่หาดพัทยา จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 4 มี.ค.61
5.คดีการชุมนุมที่มีการเคลื่อนขบวนจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ไปยังหน้ากองทัพบก เมื่อวันที่ 24 มี.ค.61
6.คดีการชุมนุมและเดินขบวนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และบริเวณหน้าสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 21-22 พ.ค.61