จากกรณีกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่หมู่บ้านใน ต.นครสวรรค์ตก อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ได้รับความเดือดร้อนจากกรณีที่เรือนจำกลางนครสวรรค์ รังวัดออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง ทับซ้อนกับที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน ทำให้เกิดปัญหาข้อพิพาทอย่างต่อเนื่องระหว่างชาวบ้านกับกรมราชทัณฑ์ และทางกลุ่มชาวบ้านได้เคลื่อนไหวร้องเรียนปัญหาดังกล่าวมาเป็นเวลาหลายปี

นายแสวง แอบเพ็ชร์ ตัวแทนของกลุ่มชาวบ้าน เปิดเผยกับศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนว่าระหว่างที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการที่จังหวัดพิจิตรและนครสวรรค์ เมื่อวันที่ 11-12 มิ.ย. 2561 พร้อมกับการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ในวันที่ 12 มิ.ย. ได้มีเจ้าหน้าที่รัฐหลายหน่วยงาน ทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่กอ.รมน. เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ และตำรวจสันติบาล มากกว่า 10 นาย เดินทางสลับกันมาพบเขาที่บ้านหลายครั้ง ทั้งเพื่อสอบถามข้อมูล และเฝ้าติดตามว่าจะมีการไปเคลื่อนไหวหรือไปยื่นหนังสือร้องเรียนต่อพล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่ ถ้าจะไปยื่น จะให้ไปในจุดที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ให้ โดยไม่ได้ให้ไปยื่นกับทางพล.อ.ประยุทธ์ โดยตรง

ในช่วงก่อนการประชุมครม.สัญจร ระหว่างที่เจ้าหน้าที่มาหลายครั้ง นายแสวงก็ได้เดินทางไปที่สถานีตำรวจด้วย เพื่อยืนยันว่าไม่ต้องส่งให้เจ้าหน้าที่มาที่บ้านตน เพราะตนก็ทำตามระเบียบ ไม่ได้ฝ่าฝืนกฎหมายใด จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ที่มาติดตามก็แจ้งให้เขาไปยื่นเรื่องกับศูนย์ดำรงธรรมที่จะมารับเรื่องที่ศาลากลางจังหวัด แต่นายแสวงและชาวบ้านเห็นว่าเคยยื่นเรื่องต่อจังหวัดมาแล้วหลายครั้งโดยที่ไม่มีคืบหน้าเลย

ต่อมา ทางเจ้าหน้าที่จึงได้มีการประสานให้นายแสวงไปยื่นหนังสือกับทางพันเอกคฑาวุธ ขจรกิตติยุทธ หัวหน้าฝ่ายความมั่นคงศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี ที่ศาลาประชาคม ศาลากลางจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งได้เปิดเป็นจุดรับเรื่องราวร้องทุกข์ระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรี นายแสวงจึงได้มีการไปยื่นร้องเรียนเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. และจะติดตามความคืบหน้าเรื่องที่ยื่นต่อไป

 

ภาพขณะเจ้าหน้าที่ทหารมาปักหลักเฝ้าอยู่บริเวณหน้าบ้านของนายแสวงในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2560

 

นายแสวงยังเปิดเผยว่า ทุกครั้งที่มีพระบรมวงศานุวงศ์พระองค์ต่างๆ เสด็จมาที่จังหวัดนครสวรรค์ เจ้าหน้าที่รัฐทั้งทหารและตำรวจ จะเดินทางมาที่บ้านตนเพื่อสอบถามความเคลื่อนไหว หรือมาเฝ้าที่บ้านตนเลย เพื่อไม่ให้มีการไปเคลื่อนไหวหรือยื่นถวายฎีกา เช่น ในช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว (2560) เมื่อในหลวงรัชกาลที่ 10 เสด็จมาทรงเปิดอาคารศาลที่จังหวัดนครสวรรค์ ก็ได้มีเจ้าหน้าที่ทหารในเครื่องแบบมาปักหลักผลัดเวรเฝ้าที่หน้าบ้านของตน ในลักษณะตั้งเป็นกองบัญชาการของทหารหน้าบ้านหลายวันก่อนการเสด็จ เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีการไปยื่นเรื่องร้องเรียน แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการข่มขู่ใดๆ และถอนกำลังไปเมื่อทรงเสด็จกลับแล้ว

นายแสวงระบุว่าการเฝ้าติดตามในลักษณะนี้เกิดขึ้นหลังรัฐประหาร ทั้งกรณีขณะพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จ และขณะบุคคลในคณะรัฐมนตรีเดินทางมาจังหวัดนครสวรรค์ จนญาติของเขาเกิดคำถามว่า ถ้าเป็นเพื่อนบ้านที่ไม่ทราบเรื่อง เห็นทหารตำรวจมาเฝ้าเต็มบ้านแบบนี้ เขาจะคิดกันอย่างไร คิดว่าเราไปกระทำความผิดอะไรหรือไม่

 

ภาพขณะกลุ่มชาวบ้านเดินทางไปยื่นหนังสือร้องเรียนที่สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อเดือนกรกฎาคม 2560 (ภาพจากเว็บไซต์คมชัดลึก)

 

ตัวแทนชาวบ้านระบุว่าปัญหาดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อครอบครัวของชาวบ้านหลายคนตั้งรกรากและทำกินอยู่บนที่ดินที่เกิดข้อพิพาทมานานแล้ว ก่อนที่กรมราชทัณฑ์จะเข้ามาสร้างสถานพินิจ คนรุ่นบิดามารดาก็ได้เคยเรียกร้องสิทธิเรื่องนี้มาตั้งแต่ 60 ปีที่แล้ว โดยมีการยื่นร้องขอกรรมสิทธิ์ครอบครองมาเป็นระยะ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีผู้ได้รับโฉนดที่ดินบางส่วน แต่ทุกคนที่ได้รับในสมันนั้นล้วนเป็นอดีตนักการเมืองและอดีตข้าราชการในจังหวัด ขณะที่ชาวบ้านซึ่งมีพื้นที่แนวเดียวกันกลับไม่ได้รับสิทธิเช่นเดียวกัน

นอกจากนั้น ต่อมาทางเรือนจำนครสวรรค์ยังมีการอ้างว่าชาวบ้านบุกรุกที่ดิน ทำให้เกิดการฟ้องร้องขับไล่เป็นคดีขึ้นมาด้วย  ในการเรียกร้องที่ผ่านมาของชาวบ้านได้ขอให้หน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะกรมธนารักษ์ตรวจสอบที่ดินพิพาทที่ทางจังหวัดนครสวรรค์ ได้ประกาศสงวนหวงห้ามไว้ใช้ในราชการ ว่ายังมีเนื้อที่อยู่ครบตามจำนวนหรือไม่ และแนวเขตที่ชัดเจนเป็นอย่างไร เนื่องจากกลุ่มชาวบ้านพบว่ามีการปล่อยให้เอกชนเช่าอย่างไม่ถูกต้อง และมีการบุกรุกนำไปใช้ประโยชน์อื่นด้วย

ก่อนหน้านี้ กลุ่มประชาชนที่ได้รับผลกระทบเคยยื่นหนังสือร้องเรียนมาแล้วหลายหน่วยงาน ทั้งหน่วยงานในจังหวัดนครสวรรค์ และเดินทางเข้ามาร้องเรียนในกรุงเทพฯ ทั้งที่สำนักนายกรัฐมนตรี, คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ,  คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นต้น โดยทางสำนักนายกรัฐมนตรีได้เคยมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนี้ แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า