เอกชัย หงส์กังวาน ระหว่างทำกิจกรรมบริเวณลานสกายวอร์ค แยกปทุมวัน

เอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งมีบทบาทในการตรวจสอบการทุจริตและคอรัปชั่นของรัฐบาลคสช. อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดถูกทำร้ายจากการถูกใช้ไม้ฟาดเข้าที่ท่อนแขนจนได้รับบาดเจ็บ

จากเฟสบุ๊คเอกชัย หงส์กังวาน ได้เผยแพร่ภาพและข้อความสั้นว่า  “22 ส.ค. 2561 เวลา 12.00 น. ชาย 3 คน อายุประมาณ 20-30 ปีดักทำร้ายร่างกายผมระหว่างเดินเข้าบ้าน”

“ชายคนหนึ่งใช้ไม้พยายามฟาดที่หน้าของผม แต่ผมใช้แขนกันไว้จนได้รับบาดเจ็บ เหตุการณ์นี้มีคนในซอยเห็นเป็นจำนวนมาก”

(อัพเดต: 15.30 น.) เอกชัยให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากกลับจากทำเนียบเมื่อเช้าพอลงจากรถประจำทางแล้ว เขาเห็นผู้ชายสองคนจอดมอเตอร์ไซค์รออยู่หน้าร้านซ่อมรถปากซอยข้างเคียงซอยบ้านของเขา เอกชัยเห็นว่าชายสองคนมองมาที่เขา เอกชัยรู็สึกผิดสังเกตแต่ก็ยังเดินต่อเพื่อเข้าบ้านที่อยู่ในซอยถัดไป

จนเอกชัยเดินเข้าซอยมาแล้วเลี้ยวเข้ามาในซอยแยกจนใกล้จะถึงบ้านแล้ว ได้มีคนตะโกนเรียกชื่อพอเอกชัยหันไปดูเห็นเป็นชายสองคนขี่มอเตอร์ไซค์ตามมาข้างหลังแล้วก็จอด ชาย 1 ในสองคนได้เอาหมวกกันน๊อกฟาดมาที่เขา ระหว่างที่เขาถูกทำร้ายอยู่นี้ได้มีผู้ชายคนที่สามเพิ่มมาอีกแต่เขาไม่ทราบว่ามาจากไหน ชายคนที่สามเดินเข้ามาเอาไม้ตี 4-5 ทีเอกชัยจึงยกแขนกันเอาไว้ แต่ระหว่างที่ชายคนที่สามเอาไม้ตีอยู่ อีกสองคนก็ยืนดู

เอกชัยเล่าต่อว่าพอชายคนที่สามตีจนไม้หลุดมือไปได้หันไปหาไม้อันอื่นจะมาตีเขาอีก เอกชัยจึงรีบวิ่งเข้าบ้านมาก่อน ชายสามคนนั้นก็ไม่ได้ตามเขามาที่บ้าน

เอกชัยให้ข้อมูลว่าเขาไม่คุ้นหน้าทั้งสามคน แต่คาดว่าทั้งสามคนน่าจะมีอายุราวๆ 20-30 พวกเขาไม่ได้พูดอะไรกับเอกชัยในระหว่างเกิดเหตุ

หลังเกิดเหตุเขาเดินทางเข้าแจ้งความที่ สน.ลาดพร้าว เอกชัยถูกส่งตัวไปรักษาและตรวจสอบบาดแผลที่โรงพยาบาลเพื่อดำเนินการทางกฎหมายต่อไป จากการตรวจรักษาพบว่ากระดูกมือข้างซ้ายแตกสองจุด แพทย์ได้ใส่เฝือกและแจ้งกับเขาว่าน่าจะต้องใชเวลาในการรักษา 1 เดือน

เหตุการณ์คุกคามทำร้ายเอกชัยครั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกของการละเมิดสิทธิในร่างกายของเขา แต่มีแบบแผนสืบเนื่องมาเป็นระยะ หากนับอย่างคร่าวๆแล้ว ครั้งนี้จะเป็นครั้งที่ 5 แล้ว ที่เขาถูกทำร้ายทางร่างกายโดยตรง

ถูกสาดน้ำปลาร้าก่อนมอบของขวัญวันเกิดให้รองนายกฯ

ก่อนหน้าเหตุการณ์วันนี้ เอกชัยเคยถูกทำร้ายในวันที่ 14 ส.ค. 61 เวลา 09.30 น. บริเวณป้ายรถเมล์ใกล้กับโรงพยาบาลมิชชั่น ถนนสวรรคโลก เอกชัย หงส์กังวาน ถูกชายนิรนาม 2 คน ซึ่งขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน สวมหมวกกันน็อคทั้งสองคน ตามสาดน้ำปลาร้าใส่ ระหว่างที่เขายืนรอรถเมล์เพื่อโดยสารไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อมอบของขวัญวันเกิดให้กับพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และหนึ่งในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

ถึงกระนั้นเขายังเดินทางต่อไปที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อมอบของขวัญวันเกิดแก่พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ตามที่ตั้งใจไว้ ณ ประตู 4 แต่เนื่องจากประตูทำเนียบรัฐบาลปิด ทำให้ไม่สามารถเข้าพบรองนายกรัฐมนตรีได้ เขาตัดสินใจเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นางเลิ้ง โดยนำถังสีเขียวซึ่งผู้ร้ายทิ้งไว้หลังเกิดเหตุสาดน้ำปลาร้าใส่ตัวเขาไปมอบให้ตำรวจใช้เป็นหลักฐานในการสืบสวนหาผู้ร้าย

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน สำหรับการตรวจลายนิ้วมือบนถังที่บรรจุปลาร้า คาดว่าจะใช้เวลาราว 1 เดือน

การคุกคาม จากการทำกิจกรรมปัดเป่าความชั่วร้ายของรัฐบาล  

เอกชัยมีบทบาทในกิจกรรมทางการเมืองหลายครั้ง นับตั้งแต่การจุดธูปเพื่อปัดเป่าความชั่วร้ายของรัฐบาล ที่ด้านหน้าของกองบัญชาการกองทัพบก แต่นั่นก็แลกมาด้วยการถูกคุกคามหลายต่อหลายครั้ง รวมถึงครั้งหนึ่งที่มีบุคคลผู้เห็นต่างทางการเมืองกับเขา คือ ฤทธิไกร ชัยวรรณศาสน์ ดักทำร้ายร่างกายด้วยการชกต่อย ที่บริเวณป้ายรถเมล์ปากซอยเข้าบ้าน จากการพยายามเข้าไปมอบนาฬิกาแก่พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ท่ามกลางข้อครหาเรื่องการครอบครองนาฬิกาหรูหลายเรือนของรองนายกรัฐมนตรี และครั้งหนึ่งตำรวจยังได้คุมตัว  “เอกชัย” โดยพลการจากหน้าบ้านพัก หลังโดนหมายจับกรณีชุมนุมบริเวณสกายวอล์ค เขตปทุมวัน

พาไปรีสอร์ท กาญจนบุรี 5 วันและถูกบุกบ้าน

ในปีที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 24-28 ต.ค. 2560 เอกชัยเคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจพาไปพักที่รีสอร์ท ในจังหวัดกาญจนบุรี หลังจากที่เขาโพสต์เฟสบุ๊กว่าจะสวมเสื้อสีแดงในวันที่ 26 ต.ค. 60

ขณะที่ เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 61 เวลาประมาณ 11:40 น. ภายในซอยลาดพร้าว 109 ซึ่งเป็นบ้านพักของนายเอกชัย ได้มีกลุ่มนักศึกษาในนาม “กลุ่มคนรุ่นใหม่ใส่ใจสังคม” จำนวน 18 คน เดินทางมาชูป้ายประท้วงพร้อมกับอ่านแถลงการณ์คัดค้านและประณามการกระทำของเขา เขาถูกกล่าวหาจากกลุ่มผู้ชุมนุมในวันนั้นด้วยการหยิบยกประเด็นเจ้าหน้าที่หน่วยซีลและเจ้าหน้าที่ทหาร ร่วมปฏิบัติการช่วยเหลือ 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง โดยมุ่งหวังเชื่อมโยงทางการเมืองและทำลายกำลังใจของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

เหตุการณ์ในวันนั้นมีเจ้าหน้าที่มาสังเกตการณ์ที่หน้าบ้านเอกชัย เขาได้เปิดเผยกับศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน  ระบุว่าเจ้าหน้าที่กล่าวกับเขาว่าได้มีการนำแกนนำไปจ่ายค่าปรับหลังจากการทำกิจกรรมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ไม่มีความคืบหน้าใดๆ หลังจากนั้น

เจ้าหน้าที่รวบจากหน้าบ้านพัก

ย้อนไปอีกครั้งเมื่อวันที่ 16 เม.ย. 61 เหตุการณ์นี้เริ่มขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจและทหารนอกเครื่องแบบได้ควบคุมตัวนายเอกชัยจากหน้าบ้านพัก โดยจากการกล่าวอ้างของเอกชัยเองบอกว่า เหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นปฏิบัติการร่วมกันของตำรวจทั้งหมด 3 สถานี ได้แก่ สน.ลาดพร้าว สน.โชคชัย สน.หัวหมาก (ทั้งหมดอยู่ในสังกัดของกองบังคับการตำรวจนครบาล 4)

ในวันดังกล่าวมีนายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองอีกรายถูกควบคุมตัวอีกหนึ่งคนด้วย โดยคาดว่ามาจากสาเหตุที่นายเอกชัยโพสต์ในเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 15 เม.ย. ว่าวันที่ 16 เม.ย. เวลา 7.30 น. ตนและนายโชคชัยจะไปทำกิจกรรมรดน้ำดำหัววันสงกรานต์ที่บ้านของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ใน ซอยลาดพร้าว 71 หลังมีข่าวพล.อ.ประวิตรเปิดบ้านให้นายทหารเข้ารดน้ำดำหัว

ทั้งนี้ในเวลาประมาณ 5.45 น. มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบไปที่บ้านของนายเอกชัย และเมื่อเอกชัยเดินไปรอรถที่ป้ายรถประจำทาง ตำรวจเข้าควบคุมตัวนายเอกชัยไปที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 ทั้งนี้ในการควบคุมตัวไม่มีการแจ้งว่าใช้อำนาจอะไรในการควบคุมตัว โดยตำรวจได้ใช้กำลังกับนายโชคชัยโดยกดลงกับพื้นทางเดินเท้า แล้วได้แยกพวกเขาขึ้นรถของ สน.โชคชัยไปที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 โดยระหว่างการเดินทางตำรวจมีการคลุมหัวนายโชคชัยและกดตัวนายโชคชัยไว้กับเบาะของรถ และยึดโทรศัพท์มือถือไปด้วย

ทั้งนี้ตำรวจไม่ได้แจ้งว่าพวกเขาทั้งสองคนทำผิดกฎหมายมาตราใดหรือไม่ ระหว่างการควบคุมตัวนายอานนท์ นำภา ทนายความ ได้ติดตามไปพบตัวทั้งสองคนที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 เจ้าหน้าที่ได้ทำบันทึกเอาไว้ด้วยแต่นายเอกชัยไม่ลงลายมือชื่อในเอกสารบันทึกดังกล่าว จนกระทั่งเวลาประมาณ 11.00 น. ตำรวจจึงได้ปล่อยตัวพวกเขาออกจาก กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 และคืนโทรศัพท์ให้ทั้งนี้ปรากฏว่าภาพที่นายโชคชัยถ่ายไว้ขณะเกิดเหตุได้ถูกลบไป

เอกชัย หงส์กังวาน  ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจพาไปตรวจร่างกายและทำแผลที่โรงพยาบาล

ไม่ว่าการทำร้ายเอกชัย หงส์กังวานครั้งล่าสุดจะเกิดจากสาเหตุใด แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าบทบาทการเคลื่อนไหวเป็นผลสืบเนื่องมาจากการใช้สิทธิแสดงความคิดเห็นและความพยายามในการตรวจสอบการทุจริต

การอดทนอดกลั้นต่อผู้เห็นต่างทางการเมืองจำเป็นต้องถูกกระตุ้นขึ้นมาในสังคมไทยอีกครั้ง เพื่อมิให้การทำร้ายเอกชัยบานปลายไปสู่ความรุนแรงที่ป่าเถื่อนมากกว่าครั้งนี้