วันที่ 20 ก.ย. 61 ศาลจังหวัดพะเยานัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีของนายออด สุขตะโก และพวกรวม 3 คน ข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 หรือข้อหา “ยุยงปลุกปั่น” จากกรณีการพบป้ายที่มีข้อความว่า “ประเทศนี้ไม่มีความยุติธรรม กู ขอแยกเป็นประเทศล้านนา” ติดบริเวณสะพานลอยหน้าโรงเรียนบ้านร่องห้า อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 มี.ค.57 (ดูเรื่องราวในคดีนี้)

จากที่ก่อนหน้านี้ ศาลจังหวัดพะเยาได้ทำการสืบพยาน และมีคำพิพากษาในคดีไปเมื่อวันที่ 18 ม.ค. 61 โดยศาลได้พิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งสาม เนื่องจากพยานหลักฐานของโจทก์ไม่สามารถยืนยันได้ว่าจำเลยทั้งสามเป็นผู้กระทำผิด แต่ต่อมา อัยการในคดีได้ทำการยื่นอุทธรณ์ ทำให้จำเลยทั้งสามได้รับหมายนัด เพื่อให้เดินทางมาฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ในวันนี้

ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาโดยสรุปเห็นว่า โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานว่าจำเลยทั้งสามได้กระทำความผิด แม้โจทก์จะมีพยานที่เห็นเหตุการณ์ว่ามีกลุ่มคน 5-6 คน ทำการติดป้าย แต่พยานโจทก์ก็ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นจำเลยทั้งสาม ข้อเท็จจริงรับฟังได้เพียงว่าจำเลยทั้งสามได้กระทำผิดที่หน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเชียงราย ซึ่งศาลจังหวัดเชียงรายได้มีคำพิพากษาไปแล้ว จากการส่งตรวจแผ่นป้ายของกลาง ก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่าใครเป็นผู้ทำแผ่นป้ายดังกล่าว พยานหลักฐานโจทก์จึงรับฟังไม่ได้เป็นแน่นหนาว่าจำเลยทั้งสามได้กระทำความผิด อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ศาลอุทธรณ์จึงพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งสามยืนตามศาลชั้นต้น

เมื่อฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์แล้ว นายออดเปิดเผยความรู้สึกว่า ทุกวันนี้ตนเองเสียหายไปแล้ว ถูกคนพูดถึงกันว่า“ลุงออดแยกประเทศ ลุงออดแยกประเทศ” การเดินทางมาคดีแต่ละครั้ง ก็ต้องมีหนี้สิน  อีกทั้งเรื่องที่ไปขอให้คนรู้จักมาเป็นนายประกันเวลาที่ต้องมาศาล ก็ต้องติดหนี้บุญคุณเขา หากเขาขอให้ไปช่วยงานอะไรก็ต้องไป เมื่อวานก่อนจะมาฟังคำพิพากษาวันนี้ ก็ต้องไปช่วยเขาหักข้าวโพด ช่วยออกแรงก่อนเขาจะมา ทำให้รู้สึกได้รับผลกระทบจากการดำเนินคดี แม้ศาลจะพิพากษายกฟ้องก็ตาม

ส่วนนายสุขสยาม จอมธาร ระบุว่าคดีที่พวกตนถูกกล่าวหาที่จังหวัดพะเยา ก็ไม่ได้มีมูล ไม่ได้มีหลักฐาน ซึ่งเราก็ไม่ได้ทำจริงๆ อยู่แล้ว วันนี้จึงขอบคุณศาลที่ยังพอมีความยุติธรรมบ้าง

ด้านนางถนอมศรี นามรัตน์ กล่าวว่าหากพูดถึงการถูกดำเนินคดี มันก็ไม่ยุติธรรมอยู่แล้ว เรายืนยันมาโดยตลอดว่าไม่ผิด แต่ก็ขอบคุณที่วันนี้ศาลยกฟ้อง แต่มันก็ทำให้เสียเวลา เสียการเสียงานในช่วงระหว่างที่ต้องมาต่อสู้คดีถึงสองคดีในตอนหลังนี้

จำเลยสามคนในคดีนี้ ได้แก่ นายออด สุขตะโก อายุ 66 ปี ประกอบอาชีพทำสวนทำไร่, นายสุขสยาม จอมธาร อายุ 65 ปี ประกอบอาชีพทำสวนทำไร่ และนางถนอมศรี นามรัตน์ อายุ 56 ปี ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป ทั้งสามคนเป็นสมาชิกของกลุ่มแม่สรวยรักประชาธิปไตย ซึ่งเป็นกลุ่มคนเสื้อแดงที่เคยทำกิจกรรมในพื้นที่อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

อ่านเพิ่มเติม ทำความรู้จัก 3 จำเลย ผู้ต้องสู้ 3 คดีซ้อน ในข้อหา ม.116 กรณีติดป้ายประเทศล้านนา

จนถึงปัจจุบัน ทั้งสามคนถูกแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีในข้อหาตามมาตรา 116 แล้ว 3 คดี จากกรณีป้ายซึ่งถูกติดในพื้นที่ในภาคเหนือ ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์-ต้นเดือนมีนาคม ปี 2557

คดีที่หนึ่ง กรณีป้ายที่ติดในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย คดีสิ้นสุดไปตั้งแต่เมื่อปี 2558 โดยศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดตามมาตรา 116 ให้จำคุกคนละ 4 ปี แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาอยู่บ้าง จึงให้ลดโทษ 1 ใน 4 เหลือจำคุก 3 ปี และจำเลยทั้งสามไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน จึงให้รอการลงโทษไว้ เป็นระยะเวลา 5 ปี

คดีที่สอง กรณีป้ายที่ติดในอำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย ซึ่งเพิ่งมีการฟ้องคดีในช่วงปี 2560 ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดเชียงรายได้มีคำพิพากษายกฟ้องเมื่อวันที่ 30 ส.ค. 61 เนื่องจากพยานหลักฐานของโจทก์ไม่มีน้ำหนักตามฟ้อง แต่ยังต้องรอว่าทางอัยการโจทก์ในคดีนั้น จะทำการยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาหรือไม่

คดีที่สาม กรณีป้ายที่ติดในอำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ซึ่งมีการสั่งฟ้องในเดือนมีนาคม 2560 และมีการต่อสู้คดีถึงชั้นศาลอุทธรณ์ จนศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้องในวันนี้