จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จะเดินทางลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 8/2561 ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย พร้อมนำคณะรัฐมนตรีลงพื้นที่ตรวจราชการที่จังหวัดพะเยา ระหว่างวันที่ 29-30 ตุลาคม 2561

พล.อ.ประยุทธ์เดินทางไปยังวัดศรีโคมคำ จังหวัดพะเยา เช้าวันที่ 29 ต.ค. 61 (ภาพจากผู้จัดการออนไลน์)

ก่อนหน้าการลงพื้นที่ดังกล่าว นายชินภัทร วงค์คม นิสิตคณะรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 23 ต.ค. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 12.00 น. มารดาของนายชินภัทร ได้โทรศัพท์มาแจ้งกับตนว่าได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบราว 7-8 นาย เข้ามาที่บ้าน เพื่อมาสอบถามว่านายชินภัทรอยู่บ้านหรือไม่ และจะมีการเคลื่อนไหวในช่วงที่พ.อ.ประยุทธ์จะเดินทางมาลงพื้นที่จังหวัดพะเยาหรือไม่ มารดาของนายชินภัทรแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าไม่ทราบเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าเนื่องจากพล.อ.ประยุทธ์จะเดินทางมาลงพื้นที่ จึงต้องมาสอบถามเป็นการปกติ

จากนั้น ในวันที่ 24 ต.ค. 61 เวลาประมาณ 10.00 น. ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แม่กา อ.เมือง จ.พะเยา ระบุว่ามีตำแหน่งเป็นรองสารวัตรสืบสวน โทรศัพท์ติดต่อนายชินภัทรระบุว่าอยากจะเชิญนายชินภัทรและเพื่อนไปพูดคุยด้วย และสอบถามว่านายชินภัทรอยู่ภายในมหาวิทยาลัยหรือไม่ พร้อมระบุว่าจะเดินทางเข้ามาพบ นายชินภัทรจึงได้นัดหมายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ร้านกาแฟภายในมหาวิทยาลัย

เมื่อนายชินภัทรเดินทางไปตามนัดหมาย ก็ได้พบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบจำนวน 4 นาย ที่แนะนำตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนสภ.แม่กา ได้รับคำสั่งจากกองบังคับการตำรวจภูธรภาค 5 ให้มา “ดูแล” นายชินภัทร และมีการสอบถามถึงนักศึกษาปีที่ 1 จากคณะเดียวกับนายชินภัทรระบุว่าเป็นผู้มีรายชื่อที่ทางเจ้าหน้าที่ต้องติดตามด้วยเช่นกัน ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบถามนายชินภัทรว่าในวันที่ 29 ต.ค. ที่พล.อ.ประยุทธ์จะเดินทางมาลงพื้นที่ จ.พะเยา จะมีการจัดกิจกรรมใดหรือไม่ นายชินภัทรระบุว่าไม่มีการจัดกิจกรรมใดๆ ในช่วงดังกล่าว

นายชินภัทรได้มีการสอบถามด้วยว่าหากตนเองเดินทางไปต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ จะเกิดอะไรขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าจะมีการตักเตือนไม่ให้เกิดความรุนแรงเพียงเท่านั้น โดยระหว่างการพูดคุยเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบคอยถ่ายภาพไว้ตลอด ใช้เวลาในการพูดคุยประมาณ 30 นาที ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเดินทางกลับไป

ต่อมา วันที่ 27 ต.ค. 61 นายชินภัทรระบุว่ายังได้มีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบจำนวน 2 นาย เดินทางมาที่บ้านอีก เมื่อพบกับแม่ของตนที่บ้าน ก็ได้ขอถ่ายรูปบ้านและแม่ของนายชินภัทร ก่อนเดินทางกลับไป และในเวลาประมาณ 18.00 น. ได้มีเจ้าหน้าที่ซึ่งนายชินภัทรเข้าใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แม่กา ชุดเดียวกับที่เคยเข้ามาพบกับนายชินภัทรที่ร้านกาแฟภายในมหาวิทยาลัย โทรศัพท์ติดต่อมาสอบถามว่าวันที่ 29 ต.ค. จะมีการทำกิจกรรมใดหรือไม่ จะเดินทางไปยื่นเอกสารให้กับนายกฯ หรือไม่ นายชินภัทรได้ตอบไปว่าไม่ได้ทำกิจกรรมหรือเดินทางไปแต่อย่างใด ตนเองจะไปเรียนตามปกติ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้วางสายไป

ในส่วนของนายชินภัทร ก่อนหน้านี้ในช่วงเดือนเมษายน เคยถูกเจ้าหน้าที่สันติบาลบุกมาเยี่ยมบ้าน ด้วยเหตุที่เคยขึ้นเวทีคนอยากเลือกตั้งที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อเดือน ก.พ. 2561 (รายงานก่อนหน้านี้)

 

ตำรวจตามถึงบ้านนิสิตม.พะเยาอีกหนึ่งราย ของดวิจารณ์รัฐบาล

ขณะเดียวกัน นิสิตอีกรายหนึ่งซึ่งศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 1 คณะรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ได้เปิดเผยกับศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ว่าเมื่อวันที่ 23 ต.ค. 61 ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบจำนวน 5 นาย เดินทางไปยังบ้านของตน แต่เจ้าหน้าที่พบเพียงตากับยาย จึงได้ฝากชื่อและเบอร์โทรศัพท์ให้นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คนดังกล่าวติดต่อกลับโดยเร็ว

ต่อมา ในวันที่ 25 ต.ค. 61 ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบจำนวน 3 นาย เดินทางไปที่บ้านของนิสิตรายนี้อีกครั้ง  โดยรถของตำรวจระบุด้านข้างว่า “งานสืบสวน สภ.เมืองพะเยา” เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าคุยกับนิสิตรายนี้และครอบครัว โดยมีการขอความร่วมมือ ไม่ให้เดินทางไปต้อนรับพล.อ.ประยุทธ์ ที่จะเดินทางมาลงพื้นที่จ.พะเยา ในวันที่ 29 ต.ค. นี้ อีกทั้งขอให้นิสิตงดแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ระบุว่าหากมีปัญหาอะไรเกี่ยวกับรัฐบาลก็ให้ไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม ก่อนที่จะขอชื่อ เบอร์โทรศัพท์ รวมทั้งที่อยู่หอพักไป จากนั้นขอถ่ายภาพคู่กับนิสิตคนดังกล่าวและจึงเดินทางกลับไป

นิสิตรายนี้ระบุว่าตนไม่เคยถูกเจ้าหน้าที่ติดตามมาก่อน และไม่เคยร่วมกิจกรรมทางการเมืองมาก่อนแต่อย่างใด เพียงแต่เคยเข้าไปเขียนแสดงความคิดเห็นภายในเฟซบุ๊กของนายชินภัทร ซึ่งเป็นรุ่นพี่ในคณะ ในโพสต์เกี่ยวกับการลงพื้นที่จังหวัดพะเยาของ พล.อ.ประยุทธ์ โดยเป็นการเขียนข้อความเพียงแค่ว่าจะไปต้อนรับดีหรือไม่