1 พ.ย. 61 ที่สำนักงานอัยการสูงสุดกรุงเทพใต้ เป็นนัดฟังคำสั่งฟ้อง 8 แกนนำคดีชุมนุมหน้าห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง หรือคดี “MBK39” ข้อหาทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.116 และคดีฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/58 และ พ.ร.บ.ชุมนุมฯ โดยอัยการสูงสุดได้สั่งฟ้องนายวีระ สมความคิด ไปก่อนหน้านี้แล้วเมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา วันนี้ศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้สอบคำให้การจำเลยที่เหลือ และจำเลยให้การปฏิเสธ ก่อนศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวจำเลยทั้งหมดโดยไม่ใช้หลักทรัพย์ นัดตรวจพยานหลักฐานอีกครั้ง 17 ธ.ค. 61

ทั้งนี้ จำเลยที่เหลือประกอบไปด้วย นายรังสิมันต์ โรม, นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์, นายอานนท์ นำภา, นายเอกชัย หงส์กังวาน, นายสุกฤษฎ์ เพียรสุวรรณ, นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล, นางสาวณัฏฐา มหัทธนา และนายสมบัติ บุญงามอนงค์

10.00 น. ผู้ต้องหาคดี “MBK39” ในส่วนแกนนำทั้ง 8 คน ได้เดินทางมารายงานตัวที่สำนักงานอัยการกรุงเทพใต้ โดยอัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง (ดูคำฟ้องที่นี่) ก่อนที่แกนนำทั้งหมดจะมอบอำนาจให้ทนายความดำเนินการยื่นคำร้องขอประกันตัวโดยไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน

14.00 น. ศาลอาญากรุงเทพใต้สอบคำให้การ จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธและยื่นขอปล่อยตัวโดยไม่มีเงื่อนไข ในเวลาต่อมาศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวจำเลยทั้งหมดโดยไม่ใช้หลักทรัพย์ และนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 17 ธ.ค. 61

นอกจากนี้ จากกรณีเดียวกัน มีการแยกฟ้องคดีในส่วนของผู้ชุมนุมจำนวน 30 คน ซึ่งถูกกล่าวหาในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 และ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ โดยจำเลย 2 คน คือ นพพร นามเชียงใต้ และนพเก้า คงสุวรรณ ให้การรับสารภาพไปก่อนหน้านี้ และศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติชุมนุมสาธารณะฯ ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีบทลงโทษหนักที่สุด จำคุก 12 วัน และปรับ 6,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 วัน และปรับ 3,000 บาท ขณะที่โทษจำคุกให้รอการลงโทษ 1 ปี (อ่านเรื่องนี้ต่อที่ ศาลพิพากษา 2 จำเลย MBK39 จำคุก 12 วัน ปรับ 6พันบ. สารภาพลดกึ่งหนึ่ง โทษจำคุกรอลงอาญา 1 ปี)

ต่อมา จำเลยได้ยื่นอุทธรณ์ใน 2 ประเด็น คือ จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ และขอให้ลดโทษเหลือเพียงรอการกำหนดโทษหรือปรับเพียงสถานเดียว ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ไม่มีเหตุที่ศาลอุทธรณ์เปลี่ยนแปลงแก้ไข

ในส่วนคดีของผู้ชุมนุมอีก 28 คน ซึ่งยืนยันให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวน เบื้องต้นพนักงานอัยการศาลแขวงปทุมวันมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องคดี เนื่องจากเห็นว่าการฟ้องคดีไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณะ ปัจจุบันคดียังอยู่ระหว่างรออัยการสูงสุดพิจารณาให้ความเห็น