วันนี้ (8 พ.ย.61) เวลา 15.00 น. นายเอกชัย หงส์กังวาน และนายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ สองนักกิจกรรม พร้อมทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว ตามหมายเรียก เพื่อเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในความผิดฐานแจ้งความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน กรณีทั้งสองคนได้แจ้งความดำเนินคดี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช. ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 กระทำความผิดฐานเป็นกบฏ หลังจาก พล.อ.อภิรัชต์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน เมื่อวันที่ 17 ต.ค. 61 ตอบคำถามที่ว่า ในอนาคตจะมีการทำรัฐประหารอีกหรือไม่ ว่า “หากการเมืองไม่เป็นเหตุให้เกิดจลาจล ก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น” (อ่านเรื่องนี้ใน: ‘เอกชัย’ แจ้งข้อหา ‘กบฏ’ กับ ‘อภิรัชต์’ ตำรวจถาม ‘คุณเป็นผู้เสียหายเหรอ’)

การรับทราบข้อกล่าวหาแจ้งความเท็จนี้ สืบเนื่องจาก พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ฝ่ายกฎหมาย คสช. ได้เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สน.ลาดพร้าว เพื่อดำเนินคดีกับนายเอกชัย และนายโชคชัย ในข้อหาแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ตามความผิดประมวลอาญามาตรา 137 ซึ่งคดีมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ, มาตรา 172 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 173 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท

 

นายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ และนายเอกชัย หงส์กังวาน (แฟ้มภาพโดย banrasdr photo)

พนักงานสอบสวนทำการแจ้งข้อกล่าวหา โดยระบุว่า ข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ในลักษณะที่เข้าข่ายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 แต่อย่างใด การที่ทั้งสองคนมาแจ้งความร้องทุกข์ในเรื่องดังกล่าว มาจากการเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ชอบต่อต้านการทำงานของรัฐบาลและ คสช. และชอบโจมตีนายกรัฐมนตรี รองนายกฯ และการกระทำของทหารมาโดยตลอด โดยมักจะกล่าวอ้างว่าบุคคลที่ตนโจมตีไม่มีความชอบธรรมที่จะมาปกครองประเทศ ทั้งยังเคยเดินทางมาปราศรัยโจมตีกองทัพบก ที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบก จนถูก คสช. แจ้งความดำเนินคดีมาแล้ว ดังนั้น จึงเชื่อได้ว่าทั้งสองคนรู้อยู่แล้วว่าไม่มีการกระทำความผิดอาญาเกิดขึ้น แต่การแจ้งความร้องทุกข์เพื่อเป็นการต่อต้านการทำงานของผู้บัญชาการทหารบก และกองทัพบก จนเป็นเหตุทำให้ประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้ชมหรือเห็นการให้สัมภาษณ์ คิดว่ากองทัพบกจะทำการปฏิวัติรัฐประหารตามที่ทั้งสองคนกล่าวอ้าง เป็นเหตุให้กองทัพบกได้รับความเสียหาย และยังเป็นการกลั่นแกล้งให้ พล.อ.อภิรัชต์ ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอีกส่วนหนึ่งด้วย

ทั้งสองคนได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยเอกชัยหนึ่งในผู้ต้องหาให้การว่า ไม่ทราบว่าการที่พันเอกบุรินทร์ ทองประไพ หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานด้านกฎหมาย คสช.  มาแจ้งข้อกล่าวหาแก่ตนนั้น การกระทำของตนเป็นการแจ้งความเท็จอย่างไร (อ่านเรื่องนี้ใน: คสช.ส่งทหาร แจ้งความกลับ เอกชัย-โชคชัย ฐานแจ้งความเท็จ กล่าวหาบิ๊กแดงผิดม.113)

เอกชัยยังระบุกับพนักงานสอบสวนขอทราบเหตุผลรายละเอียดเกี่ยวกับการยุติการสอบสวน พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ตามเอกสารของ สน.ลาดพร้าว เพื่อจะนำมาประกอบการให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือในภายหลังด้วย

นอกจากนั้น เอกชัยยังแจ้งความจำนงต่อพนักงานสอบสวนว่าขอให้เรียกนางสาววาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าว ที่อยู่ร่วมในการสัมภาษณ์ ผบ.ทบ. และเป็นผู้ที่เขียนบทความตามเอกสารที่ตนได้ยื่นประกอบในการแจ้งความร้องทุกข์ เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 61 มาให้การเพิ่มเติมด้วย กรณีการโพสต์ระบุว่า ผบ.ทบ.ไม่รับประกันการรัฐประหารแบบนั้นจริงหรือไม่ และขอให้เชิญ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ มาสอบถามว่าได้ให้สัมภาษณ์ตามคลิปที่ได้ยื่นประกอบการแจ้งความจริงหรือไม่  รวมทั้งขอให้เชิญ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ มาให้การเพิ่มเติมว่า ที่ผู้ต้องหาแจ้งความ พล.อ.อภิรัชต์นั้น ข้อความไม่ตรงกับที่ให้สัมภาษณ์อย่างไร

ภายหลังให้การเสร็จ พนักงานสอบสวนได้ลงบันทึกประจำวัน แล้วให้ทั้งสองคนเดินทางกลับ โดยไม่มีการควบคุมตัวแต่อย่างใด