16 พ.ย.2561 ศาลทหารเลื่อนนัดสืบพยานคดีปาระเบิดศาลอาญา ที่มีจำเลยจำนวน 14 คนถูกอัยการฟ้องข้อหาร่วมกันก่อการร้าย อั้งยี่ ร่วมกันพยายามฆ่า ร่วมกันก่อเหตุระเบิด จากเหตุมีคนใช้ระเบิดขว้างเข้าไปที่ลานจอดรถศาลอาญา รัชดาภิเษก ในคืนวันที่ 7 มี.ค.2558 โดยอัยการทหารซึ่งเป็นฝ่ายโจทก์ได้แถลงว่าไม่สามารถติดตามพยานมาศาลได้ในวันนี้แต่ไม่ทราบเหตุขัดข้องเนื่องจากหางหมายเรียกไม่ถูกส่งกลับมา ทั้งนี้ทนายความฝ่ายจำเลยได้แถลงคัดค้านการเลื่อนสืบพยานเนื่องจากคดีนี้เลื่อนสืบพยานมาแล้วหลายครั้ง

จากนั้นทนายความจำเลยได้แถลงว่า ตามที่ได้ขอศาลในนัดที่แล้วให้วันนี้มีการตรวจดูบัญชีพยานอีกครั้งหลังจากนัดที่แล้วอัยการไม่สามารถติดตามพยานมาเบิกความต่อศาลได้ เนื่องจากยังมีพยานอีกหลายปากที่โจทก์แถลงว่าจะนำพยานเข้าสืบจึงจะขอทราบว่าพยานแต่ละปากมีประเด็นที่โจทก์นำสืบอะไรบ้างเพื่อดูว่าจะสามารถตัดพยานเข้าสืบหรือจะรับข้อเท็จจริงพยานปากไหนได้บ้างเพื่อความรวดเร็วในการพิจารณาคดีหลังจากนี้ อัยการจึงได้นำเอกสารสรุปประเด็นพยานแต่ละปากส่งต่อศาลและทนายความจำเลยเพื่อพิจารณา ส่วนทางด้านทนายความได้แถลงปากเปล่าในประเด็นที่จะสืบพยานของฝั่งจำเลยต่อศาล

หลังจากฝ่ายทนายความจำเลยได้พิจารณาประเด็นสืบของพยานฝ่ายโจทก์แล้วจึงแถลงศาลว่า พยานบางปากสามารถตัดออกจากการสืบพยานหรือรับข้อเท็จจริงได้ แต่ถ้าจะให้ฝ่ายจำเลยรับข้อเท็จจริงของพยานปากนั้นๆ จะต้องขอดูคำให้การในชั้นสอบสวนของพยานปากนั้นก่อน แต่อัยการได้แถลงว่าไม่สามารถให้ฝ่ายจำเลยดูคำให้การในชั้นสอบสวนได้ และก็มีกฎหมายกำหนดเอาไว้ว่าจะให้ฝ่ายจำเลยดูคำให้การพยานในชั้นสอบสวนไม่ได้ อีกทั้งก่อนที่ฝ่ายโจทก์จะยื่นบัญชีพยานต่อศาลในนัดตรวจพยานหลักฐานก็ได้พิจารณาแล้วว่าปากใดบ้างที่สำคัญจะให้ตัดพยานตัวเองไม่มีใครทำกัน

ทนายความแถลงว่า ถ้าจะให้รับข้อเท็จจริงโดยไม่ได้ดูคำให้การชั้นสอบสวนก่อนนั้นทำไม่ได้เพราะหากมีข้อเท็จจริงอื่นที่อยู่นอกเหนือจากที่ฝ่ายโจทก์สรุปมาก็จะเป็นผลเสียแก่จำเลย และปกติในศาลยุติธรรมถ้าจะมีการรับข้อเท็จจริงของพยานปากใดทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลยก็สามารถดูก่อนได้เพื่อพิจารณา หากทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้ก็จะรับข้อเท็จจริงปากนั้น

ทนายความจำเลยยังได้แถลงต่อว่าหากดูจากประเด็นสืบของพยานบางปากแล้วก็ไม่ได้มีความสำคัญ เช่น ผู้สื่อข่าวที่มีจำนวนหลายคนก็เป็นเพียงพยานบอกเล่า หรือพนักงานธนาคารที่ก็มีข้อเท็จจริงเพียงว่าเกิดการโอนเงินจริงตามเอกสารบันทึกธุรกรรมทางการเงิน เท่านั้น หรือจะให้ฝ่ายโจทก์นำคำให้การในชั้นสอบสวนของพยานโจทก์มอบแก่ศาลเพื่อให้ศาลใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาตัดพยานที่จะนำเข้าสืบด้วย แต่อัยการได้แย้งว่าพยานเหล่านี้จำเป็นต้องนำเข้าสืบ

ศาลกล่าวกับทั้งสองฝ่ายว่า ศาลเห็นว่าทั้งสองฝ่ายมีวิธีการทำงานแตกต่างกัน แล้วการที่จะให้ศาลใช้ดุลยิพินิจตัดพยานเลย ศาลก็ต้องให้โอกาสโจทก์ในการต่อสู้คดีด้วย ทั้งนี้ศาลก็จะขอไปดูประเด็นข้อเท็จจริงของพยานแต่ละปากก่อนแล้วจะมีการพิจารณาในนัดหน้า

จากนั้นทนายความได้ขอให้อัยการติดตามพยานมาเบิกความเพิ่มในนัดหน้าอีก 2 ปาก และมีการสืบพยานเต็มวัน จากเดิมที่โจทก์แถลงว่าจะนำพยานพนักงานธนาคารที่มีอยู่แล้ว 2 ปากมาเบิกความเพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการสืบพยานเนื่องจากเห็นว่าเป็นพยานไม่สำคัญ แต่อัยการได้แย้งว่าถ้าหากใช้เวลาสืบพยานนานจะทำให้สืบพยานได้ไม่หมดเพราะเห็นว่าปกติฝ่ายทนายความจำเลยมักจะมีคำถามค้านจำนวนมาก แต่ฝ่ายทนายความได้ยืนยันว่าหากดูจากประเด็นข้อเท็จจริงของกลุ่มพยานที่เป็นพนักงานธนาคารแล้วไม่ได้มีประเด็นสำคัญคาดว่าจะไม่มีคำถามมากและสามารถสืบพยานได้ทั้ง 4 ปาก และยังเห็นว่าถ้าอัยการไม่สามารถติดตามพยานมาได้ทั้งหมดก็ยังสืบพยานปากอื่นที่มาตามนัดได้ แต่อัยการยังคงยืนยันจะนำพยานเข้าสืบจำนวน 2 ปากตามที่ได้ขอให้ศาลออกหมายเรียก

อานนท์ นำภา ในฐานะทนายความของจำเลยจำนวน 3 คน ได้ลุกขึ้นแถลงคัดค้าน3 ประเด็น

ประเด็นแรก อัยการทหารซึ่งเป็นฝ่ายโจทก์ไม่ได้ใช้ความพยายามในการติดตามพยานมาเบิกความในวันนี้ มีการประวิงเวลาการพิจารณาคดีออกไปอาจมีผลทำให้จำเลยต้องรับสารภาพในบางข้อกล่าวหา ทั้งที่การติดตามพยานให้มาเบิกความต่อศาลนั้นสามารถทำได้เพราะมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง การที่ไม่สามารถติดตามพยานมาได้ทำให้การพิจารณาคดีต้องเลื่อนซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ประเด็นที่สอง อัยการนำพยานเข้าสืบเพียงสองปากและโจทก์ก็ไม่ได้พิจารณาความจำเป็นที่จะนำพยานแต่ละปากเข้าสืบ อีกทั้งลักษณะการนำพยานเข้าสืบโดยที่ศาลมีเวลาทำการตั้งแต่เวลา 8.30-16.00 น. แต่กรสืบพยานมีเพียงครั้งละครึ่งวันทำให้คดีล่าช้า และการนำพยานปากใดเข้าสืบก็ไม่ใช่อัยการเท่านั้นที่ต้องรับผิดชอบ แต่เป็นหน้าที่ของศาลด้วย เช่นการใช้ดุลยพินิจในการตัดพยานที่ไม่สำคัญออกจากการสืบคดี

ประเด็นที่สาม เห็นว่าการพิจารณาเป็นไปโดยล่าช้าจนผิดปกติไปจากกระบวนการยุติธรรม และฝ่ายทนายความจำเลยได้เสนอทางออกแล้วให้มีการนำพยานเข้าสืบเต็มวันเป็นจำนวน 4 ปาก และให้ฝ่ายโจทก์นำคำให้การชั้นสอบสวนเข้ามาพิจารณาเพื่อรับข้อเท็จจริงหรือตัดพยานไม่สำคัญออกแต่ฝ่ายโจทก์ก็ไม่นำพาต่อการนำข้อเท็จจริงมานำแสดง ทำให้คดีล่าช้ากว่า 3 ปี แล้วซึ่งขัดต่อหลักการพิจารณาคดีโดยไม่ล่าช้า และยังขัดต่อกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง หรือ ICCPR (International Covenant on Civil and Political Rights)

ทนายอานนท์จึงได้แถลงขอต่อศาลให้มีคำสั่งและออกข้อกำหนดเพื่อให้คดีนี้พิจารณาแล้วเสร็จโดยเร็ว และในนัดหน้าขอให้โจทก์นำพยานมาเบิกความต่อศาลให้ได้และเพิ่มพยานมาเบิกความเพิ่มเป็น 4 ปากเพื่อให้คดีนี้พิจารณาได้โดยเร็ว

ศาลกล่าวว่าขอให้เข้าใจศาลด้วยเนื่องจากห้องพิจารณาคดีไม่เพียงพอที่จะรองรับคดีจำนวนมากและมีปัญหาหลายเหตุปัจจัย ศาลก็เห็นว่าอัยการก็ไม่ได้ตั้งใจให้คดีล่าช้า แล้วอัยการก็ไม่ได้ค้านที่นำสรุปประเด็นของพยานฝ่ายโจทก์มาแสดงต่อฝ่ายจำเลย

ทั้งนี้ศาลพิจารณาคำแถลงดังกล่าวและอ่านรายงานกระบวนพิจารณาให้เลื่อนการสืบพยานนัดนี้ออกไปเนื่องจากโจทก์ไม่สามารถติดตามพยานมาเบิกความได้ และให้นำพยานพนักงานธนาคารเข้าสืบจำนวน 2 ปากตามที่โจทก์แถลงขอให้ออกหมายเรียกมาเบิกความในวันที่ 19 ธ.ค.2561 และให้เพิ่มวันนัดอีก 7 นัดในปี 2562 ได้แก่วันที่ 26-27 มีนาคม 23 เมษายน 14-15 และ 28-29 พฤษภาคม และให้ทนายอานนท์ทำคำแถลงคัดค้านที่กล่าวไปข้างต้นส่งต่อศาลภายใน 15 วัน หากไม่ยื่นภายในกำหนดจะถือว่าไม่คัดค้านกระบวนพิจารณาคดีครั้งนี้

คดีนี้มีการเลื่อนสืบพยานมาแล้วทั้งหมด 12 ครั้ง โดยการสืบพยานปากล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา มีการยกเลิกนัดแล้วทั้งหมด 3 ครั้ง(รวมครั้งนี้) ทำให้คดีนี้ไม่มีการสืบพยานจนกว่าจะถึงนัดครั้งหน้ารวมทั้งหมดแล้วเป็นเวลากว่า 4 เดือน

คดีนี้อัยการทหารยื่นฟ้องต่อศาลทหารตั้งแต่วันที่ 5 พ.ค.2558 และฝ่ายโจทก์มีการยื่นพยานบุคคลเข้ามาเบิกความในชั้นศาลถึง 86 ปาก ทำให้คดีนี้อยู่ในการพิจารณาของศาลมาแล้วกว่า 3 ปี โดยที่ยังมีจำเลยอีก 5 คน ที่ยังอยู่ในเรือนจำเนื่องจากไม่มีหลักทรัพย์ประกันพอที่จะขออนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวจากศาล

สอบคำให้การคดีปาระเบิดศาลอาญา จำเลยแถลงค้านเรื่องวันควบคุมตัว
คดีจ้างวานปาระเบิดศาลอาญา ศาลทหารเลื่อนสืบพยานไป 4 เม.ย. 59
ทหารสังเกตการณ์ใกล้ชิด นัดตรวจพยานหลักฐานคดีปาระเบิดศาลอาญา
ฝ่ายกฎหมายคสช.ผู้สอบสวนจำเลยทั้ง 6 ขึ้นเบิกความต่อ คดีจ้างปาระเบิดศาลอาญา สืบปากนี้ต่อนัดหน้า 31สิงหาและ1กันยายน
ฝ่ายกฎหมาย คสช. พยานโจทก์คดีจ้างวานปาระเบิดศาลอาญา รับว่าเป็นผู้สอบสวนในชั้นกฎอัยการศึก