เวลา 15.00 น. (6 ธ.ค. 61) ที่สำนักงานอัยการสูงสุดและที่ศาลแขวงพระนครเหนือ มีความคืบหน้าคดีที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 6 มีคำสั่งฟ้องนายเอกชัย หงส์กังวาน และนายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ 2 จำเลยในคดีร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน เมื่อวันที่ 17 ต.ค. 61 จากกรณีที่จำเลยเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว ให้เอาผิดกับพลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ในความผิดฐานกบฏตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113

ความเป็นมาของคดีก่อนถูกสั่งฟ้องในวันนี้

ในคำให้การในชั้นสอบสวนนายเอกชัยระบุว่า วันที่ 17 ต.ค. 61 เวลาประมาณ 14.00 น. นั่งดูข่าวในมือถือพบข่าว พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชากการทหารบก ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า “คือผมมั่นใจว่าการเมืองไม่ใช่ต้นเหตุการจราจล ถ้ามันไม่เกิดก็ไม่มีอะไร การปฏิวัติรัฐประหารมี 10 กว่าครั้งก็จริง แต่มันไม่ใช่สมัยก่อนแล้ว สมัยหลัง ๆ นี้ มันก็เป็นเรื่องการเมืองทั้งสิ้น ดังนั้น ผมไม่ได้ว่านักการเมืองดีหรือไม่ดี ดีก็มี ไม่ดีก็มี”

เอกชัยเห็นว่าประโยค “ถ้ามันไม่เกิดก็ไม่มีอะไร” เป็นคำพูดขู่เข็ญ ผิดกฎหมายอาญามาตรา 113 เป็นการขู่เข็ญว่าจะใช้กำลัังประทุษร้ายอำนาจนิติบัญญัติและอำนาจบริหาร จึงเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสอนในวันที่ 19 ต.ค. 61 (อ่านเรื่องนี้ใน: ‘เอกชัย’ แจ้งข้อหา ‘กบฏ’ กับ ‘อภิรัชต์’ ตำรวจถาม ‘คุณเป็นผู้เสียหายเหรอ’)

ต่อมาพ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ฝ่ายกฎหมาย คสช. ได้เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สน.ลาดพร้าว เพื่อดำเนินคดีกับนายเอกชัย และนายโชคชัย ในข้อหาแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ตามความผิดประมวลอาญามาตรา 137 ซึ่งคดีมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ, มาตรา 172 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 173 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท (อ่านเรื่องนี้ใน: คสช.ส่งทหาร แจ้งความกลับ เอกชัย-โชคชัย ฐานแจ้งความเท็จ กล่าวหาบิ๊กแดงผิดม.113)

ก่อนที่พนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว จะออกหมายเรียกนายเอกชัยและนายโชคชัยมารับทราบข้อกล่าวหา ในความผิดฐานแจ้งความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ทั้งสองได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่ สน.ลาดพร้าวเมื่อวันที่ 8 พ.ย. 61 ต่อมาในวันที่ 19 ..2561 พนักงานสอบสวนได้มีการนำตัวเอกชัย หงษ์กังวาน และโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ ส่งอัยการศาลแขวงพระนครเหนือพร้อมสำนวนคดีที่ทั้งสองคนแจ้งความพล..อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) ฐานเป็นกบฏ โดยสำนวนระบุว่าทั้งสองคนได้กระทำความผิดฐานร่วมกันแจ้งความเท็จฯ พนักงานสอบสวนได้มีความเห็นฟ้องทั้งสองคนต่ออัยการ และมีการเลื่อนสั่งฟ้อง 2 ครั้ง ก่อนที่อัยการฝ่ายโจทก์จะมีคำสั่งฟ้องในวันนี้

ไม่มีข้อความใดขู่เข็ญจะล้มรัฐธรรมนูญ

ในคำบรรยายฟ้องของโจทก์ระบุว่า ถ้อยคำแจ้งความจำเลยเป็นเท็จทั้งสิ้น โดยจำเลยทราบอยู่แล้วว่าคำพูดของพลเอกอภิรัชต์ เป็นการตอบคำถามนักข่าวในลักษณะแสดงความคิดเห็นในเหตุการณ์ในอนาคต ซึ่งเป็นการพูดในฐานะเป็นผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งมีหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง

ความจริงแล้วจำเลยทั้งสองรู้ดีว่าไม่มีข้อความตอนใดแสดงให้เห็นว่าคำให้สัมภาษณ์ของพลเอกอภิรัชต์เป็นการข่มขู่หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 ดังนั้นการร่วมแจ้งความอันเป็นเท็จดังกล่าวของจำเลยอาจทำให้พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ร้อยตำรวจเอกธนากร ยอดแก้ว (พนักงานสอบสวนสน.ลาดพร้าว) กองทัพบก และคณะรักษาความสงบแห่งชาติและประชาชนเสียหายได้

อัยการฝ่ายโจทก์ขอให้เพิ่มโทษเอกชัยและนับโทษต่อจำเลยทั้ง 2 

นอกจากนี้ในคำฟ้องของอัยการฝ่ายโจทก์ ยังมีการให้เพิ่มโทษนายเอกชัย หงส์กังวาน ซึ่งเคยต้องโทษในคดีหมิ่นประมาทกษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ตามหมายเลขคดีแดงที่ อ.1088/2556 มีกำหนดโทษ 3 ปี 4 เดือน และจำเลยได้มากระทำผิดในคดีแจ้งความเท็จอีกภายใน 5 ปีนับจากพ้นโทษในคดีเดิม

นอกจากนั้นอัยการฝ่ายโจทก์ได้ขอให้ศาลนับโทษเอกชัยต่อในคดีแกนนำชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ที่ชุมนุมบริเวณสกายวอร์คหน้าห้างสรรพสินค้า (MBK39) เมื่อวันที่ 27 มี.ค. 61 คดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.3207/2561 และขอให้นับโทษนายโชคชัยต่อในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.808/2561 อันเป็นคดีที่นายโชคชัย ถูกฟ้องในฐานะผู้ร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ชุมนุมที่บริเวณถนนราชดำเนิน (RDN50)

ให้ประกันตัวจำเลยคนละ 12,000 บาท

ที่ศาลแขวงพระนครเหนือ ศาลขึ้นบังลังก์และสอบคำให้การจำเลย จำเลยได้ยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวเพื่อปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างพิจารณาเป็นเงินสดคนละ 12,000 บาท ศาลอนุญาตให้ประกันตัวโดยกำหนดวันนัดพร้อมและสอบคำให้การในวันที่ 21 มกราคม 2561 เวลา 13.30 น ณ ศาลแขวงพระนครเหนือ