วันที่ 7 ธ.ค. 61 เวลาประมาณ 20.00 น. ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รับการติดต่อจาก น.ส.เบญจวรรณ (สงวนนามสกุล) เจ้าของรีสอร์ตแห่งหนึ่งในจังหวัดกำแพงเพชร ระบุว่าตนได้ถูกเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวอยู่บนรถ โดยเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. ได้มีทหารในเครื่องแบบและตำรวจสันติบาลนอกเครื่องแบบจำนวนมาก บุกเข้ามาที่รีสอร์ตของตน อ้างว่ามาเพื่อทำการเรียกตัวเธอ โดยไม่ได้มีหมายจับหรือหมายค้นใดๆ

เมื่อน.ส.เบญจวรรณสอบถามว่าจะพาตัวไปที่ใด เจ้าหน้าที่ระบุว่าจะพาตัวไปที่ค่ายสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ จังหวัดพิษณุโลก เมื่อถามว่าจะพาตัวไปด้วยเรื่องอะไร ก็ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน

น.ส.เบญจวรรณจึงได้ติดต่อไปทางลูกชายให้มาที่รีสอร์ต เมื่อลูกชายมาถึง เจ้าหน้าที่ได้ระบุว่าหากไม่สบายใจที่จะเดินทางไปคนเดียว ก็สามารถให้ลูกชายไปด้วยได้ ลูกชายของเธอได้สอบถามว่าจะพาตัวไปนานหรือไม่ เจ้าหน้าที่ระบุว่าไม่นาน ลูกชายจึงได้ตัดสินใจเดินทางไปกับเธอด้วย โดยถูกพาตัวขึ้นรถกระบะของเจ้าหน้าที่สันติบาลออกไปยังจังหวัดพิษณุโลก และจนถึงเวลาประมาณ 22.00 น. ก็ไม่สามารถติดต่อกับน.ส.เบญวรรณได้อีก

ภาพน.ส.เบญจวรรณ (แฟ้มภาพ) 

ก่อนหน้านี้ น.ส.เบญจวรรณ เคยร้องเรียนมายังศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนว่าเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 61 ในช่วงสายได้มีเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจมากกว่า 10 นาย อ้างอำนาจตามคำสั่งมาตรา 44 โดยไม่มีหมายค้น เข้าไปตรวจค้นที่รีสอร์ตของเธอ โดยระบุสาเหตุเกี่ยวกับกรณีการนัดหมายกิจกรรมชุมนุมแสดงสัญลักษณ์ ในวันที่ 5 ธ.ค. จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ได้ยึดเสื้อยืดสีดำที่มีลายตราธงสัญลักษณ์สี่เหลี่ยมสีขาวและมีสีแดงพาดตรงกลาง จำนวน 3 ตัว และตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่องของเธอไป โดยระบุว่าจะนำไปทำการตรวจสอบ

น.ส.เบญจวรรณ ระบุว่าได้รับเสื้อดังกล่าวมาจากเพื่อนตั้งแต่ช่วงเดือน ต.ค. 61 โดยเข้าใจว่าหมายถึงสัญลักษณ์ของการต่อต้านเผด็จการ

ต่อมาตั้งแต่ช่วง 6.00 น. ของวันที่ 5 ธ.ค. เธอได้พบว่ามีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบประมาณ 4-5 นาย มาเฝ้าอยู่หน้ารีสอร์ต โดยระบุว่าได้รับคำสั่งจาก“นาย” ให้มาคอยเฝ้าเธอ เพราะเกรงว่าเธอจะไปเคลื่อนไหว เมื่อเธอจะออกจากรีสอร์ตไปซื้อกาแฟ เจ้าหน้าที่ก็ได้เข้ามาขัดขวางไม่ให้ออกไป โดยระบุว่าขอให้อยู่แต่ในบริเวณรีสอร์ตเท่านั้นในวันนี้ ทำให้วันดังกล่าว เธอถูกกักตัวไว้ตลอดทั้งวัน โดยไม่ได้ออกไปไหน และไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่อาศัยอำนาจอันใดในการดำเนินการดังกล่าว จนช่วงหัวค่ำแล้ว เจ้าหน้าที่จึงเดินทางกลับไป

สำหรับเสื้อยืดสีดำลายตราธงสีขาวแดงดังกล่าว ถูกเจ้าหน้าที่รัฐระบุว่าเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มสหพันธรัฐไท ซึ่งอยู่ในต่างประเทศ และก่อนหน้านี้มีการจับกุมดำเนินคดีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเสื้อดังกล่าวแล้วจำนวนอย่างน้อย 5 ราย ในข้อหายุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และข้อหาอั้งยี่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 209

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ น.ส.เบญจวรรณเคยถูกดำเนินคดีในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 เรื่องการชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป และข้อหาไม่แจ้งการชุมนุมสาธารณะต่อผู้รับแจ้ง ตามพ.ร.บ.การชุมนุมฯ จากการเข้าร่วมการชูป้ายของประชาชนในจังหวัดกำแพงเพชร เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 61 ที่บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร โดยป้ายมีข้อความอาทิเช่น “เผด็จการออกไป ประชาธิปไตยคืนมา” “สามัคคีเรารอด ไล่โจรออกไป” “คนรวยกระจุก คนจนกระจาย”

กรณีดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารได้เข้าติดตามตัวผู้เข้าร่วมกิจกรรม แล้วมีการแจ้งข้อหาดำเนินคดีประชาชนอย่างน้อย 9 ราย ในส่วนของน.ส.เบญจวรรณ ได้ให้การรับสารภาพในคดีนี้ และได้ถูกศาลจังหวัดกำแพงเพชรพิพากษาให้มีโทษปรับจากการไม่แจ้งการชุมนุม เป็นเงิน 5,000 บาท และข้อหาชุมนุมทางการเมือง เป็นเงิน 5,000 บาท รวมเป็นค่าปรับ 10,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ จึงลดโทษให้ปรับเป็นเงิน 5,000 บาท